พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

Engine by สยามทูเว็บผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก   
 
Started by Topic:    สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง  (Read: 3368 times - Reply: 7 comments)
 
ยอดเก้านิ้ว

Posts: 0 topics
Joined: none

สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
« Thread Started on 30/12/2552 11:03:00 IP : 222.123.76.27 »
 
"พระสมเด็จ"พิมพ์ที่"ยายขำ"ไม่ได้ทำ"เสริม"
คุณอยู่ที่ >> หน้าหลักเว็บบอร์ด / ตามรอยพระเครื่องดี / Detail ... Read 2760 , Reply 10
นั่นก็คือ...พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์"ปรกโพธิ์"ที่หาได้ยากยิ่งที่สุดในบรรดาพระสมเด็จทั้งมวลนั่นเอง..!?!?
 DSC0199512.gif
โดย : "เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 203.156.27.xx  |   เมื่อ: 15 ตุลาคม 2551 เวลา: 10:07:35 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                      หมายเหตุ ,1. เคยได้ยินคุณชินพร สุขสถิตย์ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของหนังสือ"อภินิหารและพระเครื่อง"เล่มแรกสุดของประเทศเคย เล่าให้ฟังเป็นความรู้รอบตัวมานานแล้วว่า ในบรรดาพระสมเด็จวัดระฆังทั้งหมด ล้วนมี"ของเสริม" ที่"เนื้อใช่ พิมพ์ใช่ แต่ไม่ใช่"ทั้งสิ้น โดยฝีมือ"ยายขำ" ซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐากสมเด็จพระพุฒาจารย์โตมาแต่ก่อน และรู้เห็นสูตรสนธ์การสร้างเป็นผู้ลงมือทำปลอมเองจากพิมพ์เดิมทั้งหมดหลัง จากที่สมเด็จฯได้ถึงแก่ชีพิตักษัยเพียง 2 ปี!!!!!  ยกเว้นแต่พิมพ์"ปรกโพธิ์"อยู่เพียงพิมพ์เดียวเท่านั้นที่ยายขำหาพิมพ์ไม่เจอ เลยไม่ได้ทำเสริมออกมา จึงเป็นพระสมเด็จวัดระฆัง"เดิมแท้"เพียงพิมพ์เดียวที่อาจสามารถนำมาขึ้นคอ บูชาได้อย่างสนิทใจว่า เป็นของจริงที่สมเด็จโตท่านปลุกเสกไว้ด้วยองค์เองอย่างแน่แท้"ทุกๆองค์" อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งข้อมูลนี้ นับเป็นหนึ่งในความลับสุดยอดที่ปกปิดกันมานานนับร้อยๆปี อาศัยฤกษ์วัน"พระเจ้าเปิดโลก" เลยนำมา"ขยาย"ให้ได้ทราบเป็นสิริมงคลโดยทั่วกันในโอกาสนี้ทีเดียว
                                              2.  เมื่อทราบ"ข้อมูลเบื้องลึกสุดขั้ว"แบบนี้ "พุทธวงศ์"จึงได้ถึง"บางอ้อ" สิ้นสงสัยด้วยประการทั้งปวงว่า ทำไมพระสมเด็จ วัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์จึงหาดูหาชมได้ยากยิ่งนัก และทำไม จึงมีประวัติแง่ลบให้เป็นที่เสื่อมเสียถึงเกียรติคุณของสมเด็จโต ออกมาปรากฏอยู่หลายวาระว่า ทำไมจึงมีผู้ที่ห้อย"พระสมเด็จ วัดระฆัง"ที่ว่า"แท้ๆ"  จึงโดนยิงโดนฆ่าตายอย่างน่าอเน็จอนาถ ทั้งๆที่มีพระสมเด็จ"พิมพ์แท้ๆ"(เนื้อใช่ พิมพ์ใช่ แต่สมเด็จโตไม่ได้เสก/ยายขำนั่งปรกเอง)ห้อยอยู่คาคอเห็นปานนั้นได้
                                             3.  เพื่อเป็นการเทิดทูนและรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของเจ้าประคุณสมเด็จโตท่าน ให้คงอยู่ด้วยดีสืบไป จึงเห็นควรนำ"ความจริงเบื้องลึก"นี้มานำเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องให้ปรากฏสืบต่อไป และอยากจะให้นักสร้างพระไม่ว่าจะยุคเก่ายุคใหม่หรือยุคไหนๆ  หากไม่สงสารตัวเองที่จะต้องได้รับกรรมอันหนักที่สุดจากการหลอกลวงชาวบ้านและ ทำให้ความเชื่อถือศรัทธาในพระพุทธศาสนาต้องเศร้าหมองจากการทำของปลอมของ เสริมนอกพิธี เอาผงอิฐผงปูนทองเหลืองทองแดงเปล่าๆมาให้ผู้คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ห้อย บูชาแล้ว ก็ขอให้มีใจนึกสงสารองค์หลวงปู่หลวงพ่อผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย ว่าจะพลอยมาเสื่อมเสียชื่อเสียงเกี่ยรติคุณที่อุตส่าห์สั่งสมมาทั้งชีวิต เพราะการอันไม่สมควรเช่นนี้โดยทั่วกันด้วย
                                           
 DSC02307123.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 203.156.27.xx  |   เมื่อ: 15 ตุลาคม 2551 เวลา: 10:29:37 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                     หมายเหตุ ,4. ขอกราบขอบพระคุณบารมีของหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาคที่เป็นเหตุชักนำให้ได้มากพบกับท่านสมพร กุลวณิชย์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา,ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง, สิงห์บุรี ซึ่งเป็นศิษย์เอกหลวงปู่ดู่ วัดสะแก ผู้สร้างพระขุนแผนเคลือบ หลัง"ด"อันโด่งดัง ที่อยู่ดีๆ ก็กรุณาหยิบพระสมเด็จปรกโพธิ์ วัดระฆังองค์ที่สวยที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทยมาให้"พุทธวงศ์"ได้ชมบารมี และถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดที่สุดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เพราะหวงแหนสงวนรักษามากที่สุด เมื่อคราวไป "เปิดกรุ หลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค" ที่แตกออกมาล็อตใหญ่ที่สุดพร้อมกับท่านเมื่อครั้งกระนั้น
                                   5. และสาเหตุที่"ผู้หลักผู้ใหญ่"ของบ้านเมือง ที่เป็นถึง"ผู้ว่าราชการ"หลายจังหวัดอย่างท่านสมพร ที่มีสุดยอดพระเครื่องของเมืองไทยราคาหลักแสนหลักล้านหลักสิบล้านมาสนใจ ศรัทธาพระหลวงปู่สี วัดเขาถ้ำบุญนาค ซึ่งเป็นศิษย์ที่ทันองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ราคาเพียงหลักร้อยพลักพัน พร้อมกับได้ห้อยพระหลวงปู่สี(พระผงอายุยืน เนื้อพิเศษ)ในคอ เคียงคู่กับพระสมเด็จวัดระฆัง ,หลวงปู่แก้ว วัดเครือวัลย์ พิมพ์สังกัจจายน์(หายากสุดๆ)ฯลฯ ประการหนึ่ง ก็เห็นจะเพราะ"หลวงปู่ดู่ วัดสะแกเคยสั่งความเอาไว้" ด้วยความชื่นชมยกย่องศรัทธาเลื่อมใสอย่างยิ่งไว้แต่ครั้งกระนั้นนั่นแล.!?!
 
 DSC01932(1).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.123.xx  |   เมื่อ: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา: 23:24:14 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
บช. ภ.1 ประชุมเครียด นายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายคดีฆ่าเผา "พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภัยลี้" ตำรวจชุดสืบสวนฟันธงปมถูกฆาตกรรมแน่นอน เพราะถูกแทงยับถึง 9 แผล ส่วนสาเหตุทิ้งน้ำหนักเรื่องชู้สาวมากกว่าถูกฆ่าชิงทรัพย์ หลังพบเบาะแสมีหญิงสาวคนสนิทผู้ตายบางคนหายตัวไปลึกลับ มั่นใจภาพหญิงกดเงินถูกจ้างมา และถือเป็นกุญแจดอกสำคัญ ขณะที่ญาติขนย้ายข้าวของภายในบ้านมรณะ พบพระสมเด็จวัดระฆังตรงจุดเหยื่อนอนตายแล้ว

ตำรวจเดินหน้าคลี่คลาย คดีฆาตกรรมอำพราง กรณี พล.ต.ต.ชูเกียรติ ภัยลี้ อายุ 69 ปี อดีตรอง ผบช.ภ.7 ถูกคนร้ายบุกกระหน่ำแทงตายอนาถแล้วจุดไฟเผาในห้องนอนบ้านเลขที่ 47/131 หมู่บ้านกฤษดานครโครงการ 10 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อทำลายหลักฐาน คาดคนใกล้ชิดลงมือ อยู่ระหว่างการตามล่าตัวหญิงสาวต้องสงสัย หลังนำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงิน แล้วกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ พร้อมตั้งเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแสหญิงต้องสงสัยคนดังกล่าวเป็นถึง 1 แสนบาทนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ก.ค. พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 เดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง กับคดี ประกอบด้วย พล.ต.ต.ทรงวุฒิ ถวัลย์กิจดำรง ผบก.ภ. จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร รอง ผบก. พ.ต.อ.ธานี เกษจุโลม ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.อ.เพชรรัตน์ แสงไชย รอง ผบก.หน.ศสส.ภ.1 พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 ป. พ.ต.ท.ฐิตวัฒน์ สุริยะฉาย รองผกก.หน.กสส.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.ท.สมชาย ขำสัจจา สว.สส.บก.ภ.จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีและวางแนวทางการสืบสวนสอบสวน ใช้เวลาหารือเครียดนานร่วม 2 ชั่วโมง

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมตำรวจชุดสืบสวนทั้งกองปราบฯ และตำรวจท้องที่สรุปประเด็นตรงกันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีฆาตกรรมแน่นอน เพราะผู้ตายถูกแทงตามลำตัวยับถึง 9 แผล ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องชู้สาวมากกว่าฆ่าชิงทรัพย์ เพราะคนร้ายลงมือฆ่าด้วยความโกรธแค้นอย่างแรง ขณะที่แนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ตายมีความสนิทสนมกับหญิงสาวหลายคน และในจำนวนนี้มีหญิงคนสนิทรายหนึ่งหายตัวไปลึกลับ ชุดสืบสวนกำลังสืบหาเบาะแสอยู่ ส่วนหญิงสาวที่นำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินสดนั้น เชื่อว่าน่าจะมีผู้ว่าจ้างมากกว่า โดยหญิงสาวคนดังกล่าวถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขปมปริศนาของคดีต้องเร่งตาม ล่าตัวให้ได้โดยเร็ว

หลังประชุม พล.ต.ท.ฉลองเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถออกหมายจับใครได้ เพราะกลัวจะผิดคน และจะทำให้การทำงานล่าช้าไปอีก อยากให้มีความแน่ชัดมากกว่านี้ ส่วนภาพหญิงต้องสงสัยที่ได้มานั้นก็มองใบหน้าไม่ชัดเจน เพราะเป็นภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดของห้างโลตัส สาขาหลักสี่ โดยในวันที่ 8 ก.ค. ธนาคารจะเปิดทำการก็จะให้ตำรวจไปประสานในการตรวจสอบหญิงต้องสงสัยที่นำบัตร เอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม คาดว่าคงได้ภาพใบหน้าที่ชัดเจนมากกว่านี้

ผบช.ภ.1 กล่าวอีกว่า ส่วน 2 สามีภรรยาผู้ต้องสงสัยจะมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น จากการสอบสวนปรากฏว่าไม่พบข้อพิรุธอะไร เนื่องจาก 2 สามีภรรยาเป็นคนจังหวัดเดียวกับ พล.ต.ต.ชูเกียรติ ซึ่งผู้ตายมักเรียก 2 สามีภรรยามาใช้สอยเป็นประจำ เช่นใช้ให้ขับรถบ้าง ใช้ให้ไปกดเงินบ้าง แล้วแต่ภารกิจที่ผู้ตายจะใช้ ส่วนพยานหลักฐานตามจุดต่างๆ ที่ได้จากของธนาคาร 3-4 จุดนั้น ถ้าธนาคารเปิดให้บริการแล้วคิดว่าอะไรที่มันยังอึดอัดอยู่อาจจะสว่างขึ้น ในชั้นนี้คาดว่าคนร้ายมีมากกว่า 1 คน เพราะผู้ตายเป็นคนตัวใหญ่

วัน เดียวกันนางกัลยาณี ภัยลี้ อายุ 65 ปี ภรรยา พล.ต.ต.ชูเกียรติ พร้อมลูกชายและญาติเดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุ หมู่บ้านกฤษดานครโครงการ 10 เพื่อเก็บทรัพย์สินออกจากบ้าน โดยมีตำรวจ สภ.บางใหญ่ คอยดูแลระหว่างที่ขนย้ายข้าวของ ปรากฏว่า พบพระเครื่อง ซึ่งเป็นพระสมเด็จ วัดระฆังมูลค่าหลายล้านบาทตกอยู่ตรงจุดที่ พล.ต.ต.ชูเกียรตินอนเสียชีวิต 1 องค์ ทั้งนี้ นางกัลยาณีกล่าวว่า พระเครื่องดังกล่าวไม่ทราบว่าเป็นพระที่ผู้ตายห้อยคออยู่หรือไม่ เพราะสามีเป็นคนชอบสะสมพระเครื่องทำให้มีพระจำนวนมาก ส่วนภาพถ่ายผู้หญิงนำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงิน ตนไม่เคยเห็นหน้า คาดว่าเป็นหญิงที่ถูกจ้างให้ไปกดเงินให้มากกว่า ส่วนที่คนร้ายรู้รหัสบัตร เพราะสามีจดเลขรหัสบัตรไว้ที่บัตรพอดี ซึ่งทุกอย่างคงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการคลี่คลายคดีต่อไป
 fire_chukietb.jpg
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.123.xx  |   เมื่อ: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา: 23:29:32 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ได้คุยกับคุณชินพร สุขสถิตย์ถึงเรื่องนายตำรวจถูกฆาตกรรมอำพรางดังข่าวข้างบนนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณชินพรยังออกปากทีเดียวว่า
" ได้ข่าวว่านายตำรวจที่เสียชีวิตมีพระสมเด็จด้วย ปกติแล้ว คนที่มีพระสมเด็จแท้ๆ ถ้ามีเหตุอะไรเกิดขึ้น มักจะมีเหตุให้รู้ตัวก่อนหรือแคล้วคลาดไป สงสัยว่า พระสมเด็จของนายตำรวจคนนี้ จะเป็นพระฝีมือยายขำเสียแล้วกระมัง...!!?!"  
 Picture-4-018.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.123.xx  |   เมื่อ: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา: 23:37:32 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
" ก็อย่างที่เคยบอกไว้นั่นแหละ พระสมเด็จวัดระฆังทุกพิมพ์ ยายขำแกทำปลอมทำเสริมจากแม่พิมพ์เดิมไว้ทั้งหมด ยกเว้นแต่พิมพ์ปรกโพธิ์เพียงพิมพ์เดียวเท่านั้น..!!!!!"
 post-3086-1235985680(2).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.123.xx  |   เมื่อ: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา: 23:50:09 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ผมเคยอ่านเจอบทความในหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนโดยผู้อาวุโสในวงการพระเครื่อง ท่านเล่าว่า
" พระสมเด็จวัดระฆัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ท่านสร้างแจกเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ต่อมาในสมัยที่อหิวาตกโรคระบาดในกรุงเทพ คนตายกันมากถึงขนาดว่าเผาศพไม่ทัน ต้องเอาศพไปทิ้งสุมไว้ที่ป่าช้าวัดดอน ปล่อยให้เป็นอาหารแร้ง ผู้ที่มีพระสมเด็จวัดระฆังเอาพระมาอาราธนาทำน้ำมนต์ดื่มกินสามารถหายจากโรค อหิวาต์ได้ ข่าวแพร่สะพัดออกไป พระสมเด็จวัดระฆังจึงเป็นที่ปรารถนาของคนทั่วไป การซื้อขายเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยนั้นมา พระสมเด็จมีราคาซื้อขายสูงถึงองค์ละ 1 บาท
ท่านผู้เขียนบทความเล่าว่า ตอนท่านยังเด็กอยู่ ท่านอาศัยอยู่กับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ได้ข่าวว่าที่วัดระฆังมีพระสมเด็จเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง จึงแจ้งต่อขุนนางที่ท่านอาศัยอยู่ด้วย เพื่อให้ท่านไปรับพระเอามาแจกเด็กๆในบ้าน แต่ขุนนางท่านนั้นกลับพูดว่า
"จะไปเอาทำไม สมเด็จยายขำ" ผู้เขียนบทความถามว่าสมเด็จยายขำเป็นอย่างไร ขุนนางท่านนั้นจึงเล่าให้ฟังว่า
ยาย ขำเป็นอุบาสิกาที่คลุกคลีอยู่กับวัดระฆังตั้งแต่ยังสาวๆ ทันได้รู้เห็นการสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง ทั้งยังได้พระสมเด็จวัดระฆังเอาไว้หลายองค์ ตอนที่พระสมเด็จวัดระฆังเป็นที่ต้องการ มีคนมาขอซื้อพระไปจากยายขำ ยายขำก็ขายไปเรื่อยจนพระหมด พระหมดแล้วก็ยังมีคนมาถามซื้ออีกอยู่เรื่อยๆ ยายขำเกิดไอเดียกระฉูดขึ้นมา จึงไปที่วัดระฆัง ถือวิสาสะว่าสนิทชิดเชื้อกับพระในวัด ไปเอาแม่พิมพ์พระขององค์สมเด็จฯมาได้ แล้วเอามาพิมพ์เป็นองค์พระด้วยผงปูนเปลือกหอยกับน้ำมันตังอิ๊ว พอพระแห้งดีแล้วก็เอาออกมาขาย ยายขำขายพระได้เงินมากโข พระที่พิมพ์เอาไว้ก็มีมากเช่นกัน ภายหลังยายขำตายลง ลูกหลานยายขำได้นำพระที่เหลือไปถวายคืนให้วัดเพราะไม่อยากเก็บเอาไว้ จะทิ้งขว้างก็ไม่ได้เพราะเป็นรูปพระ พระที่วัดระฆังไม่รู้ที่มาก็เอาพระยายขำมาแจกจ่ายออกไปจนหมด
ตอนพระยายขำ ออกมาแรกๆ พระสมเด็จวัดระฆังมีอายุประมาณสัก 30 - 40 ปี เนื้อพระก็อาจจะแตกต่างกัน ผู้ที่รู้เรื่องยังอาจจะพอแยกออกได้ แต่มาถึงปัจจุบัน พระสมเด็จวัดระฆังมีอายุประมาณ 150 ปี พระยายขำก็ 110 - 120 ปี ไม่มีใครแยกออก การตกทอดผ่านมือ ไม่มีใครบอกหรอกว่าพระของตัวเองเป็นพระยายขำ มาถึงปัจจุบันไม่มีพระสมเด็จยายขำหลงเหลือ เพราะพระทุกองค์กลายเป็นพระสมเด็จวัดระฆังไปหมดแล้ว...."

 36_3_15.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.123.xx  |   เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา: 9:10:04 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ด้วยเหตุดังกล่าว บางคน ที่มี"พระสมเด็จ"(แท้ๆ) แต่กลับเป็นประเภท"เนื้อใช่ พิมพ์ใช่ แต่ไม่ใช่"อมอยู่ในปากแท้ๆ จึง"ตายสนิท"ด้วยอาการไม่ปกติมานักต่อนักด้วยประการฉะนี้แลฯ
 DSC04463.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.123.xx  |   เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2552 เวลา: 9:19:20 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
หากไม่หมายว่าจะเอาไว้"โชว์"อวดบารมีเบ่งทับชาวบ้าน แต่หวังพึ่ง"คุณพระ"จริงๆ  หากหาพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์"ปรกโพธิ์"อันปราศจากของเสริมจากแม่พิมพ์เดิมที่ Made by ยายขำ อย่างแท้จริงมิได้แล้วไซร้  มิสู้ไปหา "พระสมเด็จ วัดเกศไชโย"หรือ "พระสมเด็จ บางขุนพรหม" จะปลอดภัยดีกว่ากระมัง.?????
 ReplyID0024124-PIC1(1)(1).gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.122.xxx  |   เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา: 8:02:53 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
ด้วย"กรณีศึกษา"(Case study)ดังกล่าวนี้ จึงน่าจะเป็นข้อคิดเตือนใจทุกๆคนได้เป็นอย่างดีที่สุดว่า
1."ของเสริม"แล้ว ไม่ได้เสก คือภัยอันตรายที่สุดสำหรับผู้หวังในพุทธคุณจากพระเครื่องมาแต่ดึกดำบรรพ์ แล้ว ก่อนที่จะเช่าหาพระใดๆ กรุณาศึกษาและเจาะลึกข้อมูลดังกล่าวให้ดีที่สุดก่อน จะได้ไม่เสียใจภายหลัง
2.ขนาด"วัตถุ"ที่อาจสามารถจับต้องด้วย"กายเนื้อ"ยังมีปัญหาเรื่อง"เนื้อใช่ พิมพ์ใช่ แต่ไม่ใช่"ถึงขนาดนี้  ก็แล้ว"ธรรมะเสริม"(สัทธรรมปฏิรูป) ประเภทที่ สามัญจิตนึกคิดจินตนาการอภิสังขารปรุงแต่งขึ้นมา โดยที่ "อรรถะใช่ พยัญชนะใช่"ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเปี๊ยบ แต่พอส่องดูเจตนารมย์และความหมายจริงๆ กลับ"ไม่ใช่"ไป อย่างหน้าตาเฉย ซึ่งกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟูยิ่งในยุคนี้ จะยิ่งยากเย็นที่จะแยกแยะถูก ผิดใช่ไม่ใช่ไปถึงขนาดไหน ก็ขอลองนำไปพิจารณาดูก็แล้วกัน.....
 538702egxe8cz1nxgp1.gif
"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
  IP : 58.8.122.xxx  |   เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา: 9:00:49 น.  
แจ้งลบข้อความนี้  
                                                หมายเหตุ, มีผู้รู้บางท่านเคยกล่าวเอาไว้ว่า  "ธรรมชาติ"ของโลกและสากลจักรวาลทั้งสิ้น ย่อมมี"ตัวหลอก" ซึ่งมีทั้งรูปธรรมและนามธรรม ซึ่งทำหน้าที่คอย"ลวง" สรรพสัตว์ให้ติดให้ข้องอยู่ในธรรมชาติ จนหลุดรอดไปไหนไม่ได้เป็นปกติหน้าที่อย่างนั้นเอง
สรรพ สัตว์ใดที่มีปัญญาน้อย ธรรมชาติก็ใช้ตัวหลอกประเภทหยาบๆประเภทกิเลสกามพื้นๆหยาบๆชั้นเบสิกมา ยั่วยวนให้หลงใหลใฝ่ฝัน เวียนแต่กินน้ำกามพ่อแม่(สำนวนหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ)ที่เหม็นสาปเหม็นคาวแล้วยังคิดว่าดีว่าวิเศษอย่างไม่รู้จบสิ้น
สรรพชีวิตใดมีปัญญามาก(แต่ยังไม่ถึงที่สุด) ธรรมชาติก็จะส่งตัวหลอกที่ละเอียดขึ้นมาล่อลวงให้ติดอยู่ในโลกในสงสารจนได้อีกนั่นแล้ว
พวกมีทิษฐิ      ธรรมชาติก็ส่งตัวหลอกมาให้หลงยึดติดในทิษฐิ
พวกฝึกสมาธิ   ธรรมชาติก็ส่งตัวหลอกมาให้หลงติดในสมาธิ
พวกที่ได้นิมิต  ธรรมชาติก็ส่งตัวหลอกมาให้หลงติดในนิมิต
พวกได้ฌาน    ธรรมชาติก็ส่งตัวหลอกมาให้หลงติดในฌาน

ที่สุด ตัวหลอกแห่งธรรมชาติก็หลอกซ้อนหลอก ฝันซ้อนฝันให้ยึดให้ข้องให้ติดในทิษฐิ ในสมาธิ ในนิมิต ในฌาน ในความรู้ความเห็น แม้แต่ในญาณทัศนะ ที่แม้จะรู้จะเห็นอะไรได้บ้าง ก็เป็นประเภท"สิ่งที่เห็นนั้น เขาเห็นจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็นนั้นไม่จริง"อย่าง ที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโลว่า พร้อมแตกแขนงให้ดูวิจิตรพิสดารซ้ำซ้อนหนักยิ่งขึ้นไปอีกอย่าง หาที่สุดมิได้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อหลอกให้เกิดกิเลสตัณหามานะอัตตาตัวตน แล้วที่สุดก็ติดแหง็กอยู่ในโลกในสงสาร ไปไหนไม่รอดอีกนั่นแล้ว
ก็เพราะธรรมดาของธรรมชาติประการหนึ่ง ย่อมมีหน้าที่"หลอกลวง"และ"ล่อมาชำแหละ"ให้สรรพสัตว์ไปไหนไม่รอด ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดทุกข์ๆยากๆอย่างไร้สาระแก่นสารซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ 
เพราะฉะนั้น อย่าได้นึกเสียใจเลยว่า ทำไมคนนั้น เขาต้องมาหลอกเรา ทำไมคนนี้ ต้องมาลวงเรา ฯลฯ ให้เสียเวลาเลย...
เพราะนั้น เป็น"ธรรมดาของธรรมชาติ"นั่นแล
หน้าที่ของเรา มีเพียงประการเดียว คือจะต้องเร่ง"รู้ทัน"และหา"ปัญญาปรมัตถ์"ใส่ตัว เพื่อที่จะข้ามพ้น"ตัวหลอก"แห่งธรรมชาตินี้ให้เด็ดขาด แล้วอัพเกรดตัวเองให้ถึง"ธรรม"แท้ๆ ที่ไม่มี"ชาติ"(การเกิด)ตามหลังในที่สุดจงได้เท่านั้น
และที่สำคัญ "ปัญญาปรมัตถ์"นั้น จะต้องเป็น"ของจริง" อันสอดคล้องตามที่พระพุทธองค์ทรงสอนใน"พระไตรปิฏก"ด้วย
ไม่ใช่ไปๆมาๆ กลับกลายเป็น"ธรรมะเสริม" แบบว่า" เนื้อใช่ พิมพ์ใช่ แต่ไม่ใช่"อีกลักษณะหนึ่ง  ก็พึงรู้ทันเถิดว่า กำลังจะถูก"ธรรมชาติ"หลอกให้อีกแล้ว....
ที่เห็นชัดและเคยดังมาช่วงหนึ่งมากที่สุด ก็คือ พระไตรปิฏกระบุไว้ชัดๆว่า "นิพพานเป็นอนัตตา" แต่ตัวหลอกของธรรมชาติก็ลวงให้รู้ให้เห็นให้สำคัญผิดว่าเป็น "นิพพานอัตตา"ซะเฉยๆอย่างนั้นแหละ 
เรื่อง"พระเครื่องเสริม"(ที่หลงห้อยแล้วอาจตายได้)จึงสอดคล้องต้องกับ"ธรรมะเสริม(ที่หลงเชื่อแล้ว ต้องตายต้องเกิดนับภพนับชาติไม่ถ้วน ไม่ไหนไม่รอดได้)ด้วยประการฉะนี้แลฯ


"เนาว์สถิตย์" (NAOSATITT)
 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
จำนวนข้อความทั้งหมด:  7
1
แสดงความคิดเห็น
phuket

Posts: 1129 topics
Joined: 8/10/2552

ความคิดเห็นที่ 7   « on 12/5/2553 13:44:00 IP : 125.27.243.193 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 

ด้อ่านก็ได้ความรู้ และสัจธรรมเป็นข้อคิดที่ดี การทำความดีต่างหากที่สำคัญกว่าพระเครื่อง เหมือนใส่พระดีให้ขนาดไหนแต่ถ้าไร้ซึ่งคุณธรรม ผมก็ว่าไม่มีประโยชน์เลย แต่ถ้าศรัทธาและสร้างสิ่งดีงาม ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ขอบคุณ คุณยอดเก้านิ้วนะ เห็นบอกเป็นคนบ้านเดียวกับผม เห็นเงียบหายไปนาน แวะมาให้ความรู้กับผมและเพื่อนสมาชิกอีกนะครับ

Phuket

 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
db0dki

Posts: 12 topics
Joined: 15/12/2552

ความคิดเห็นที่ 6   « on 11/5/2553 17:30:00 IP : 125.24.45.14 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 

อ่านดูก็ดีนะ.....คนเล่นพระวัดระฆัง  คงไม่มีใครไม่รู้เรื่อง ยายขำ ผมเห็นด้วยกับคุณ attchanon ครับพูดได้ดีฟังแล้วได้สัจธรรมเลย อ่านๆ  ดูแล้วบทความที่เอามาลงเหมือนน้อยใจอะไรบางอย่าง แล้วไม่เคยเห็นเอาพระมาโชว์บ้างเลย เซียนพระ อย่างน้อยต้องมีพระครับ ไม่ใช่มีแต่ตำรา ขอบคุณครับที่หามาให้อ่าน...

 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share

Posts: 0 topics
Joined: none

ความคิดเห็นที่ 5   « on 11/5/2553 16:39:00 IP : 124.121.92.31 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 
attchanon Talk:
   ขอบคุณและซึ้งใจจริงๆ น่าเลื่อมใส ขอบคุณ คุณยอด มากครับที่ให้สติ ในการสะสมพระเครื่อง


ด้วยความเคารพผมว่าแยกออกนะครับสมเด็จยายขำกับสำเด็จโตวัดระฆัง

ผมบอกได้เลยว่าแยกออกครับผมมีสมเด็จวัดระฆังอยู่และสำเด็จโตสร้างแน่นอน

มีบางอย่างที่สมเด็จจะใส้ไปในทุกองคืทุกพิมพ์ผมเชื่อยายขำหาไม่ได้แน่นอน

สิ่งนั้นคือ มวลสารบางอย่างเป็นสีแดงสดคล้ายพลาสติกจะต้องมีทุกองค์บางขุนพรหมก้อมีแต่น้อย

คนที่มีสมเด็จลองพิจราณาสิ่งที่ผมบอกต้องมีทุกองค์แน่นอนแล้วอีกอย่างยายขำทำเองกับมือ

แกต้องไม่รู้ว่าอนาคตจะแพงขนาดนี้เอาแค่เหมือนแต่ไม่ได้ตั้งใจสร้างเหมือรสมเด็จโตจะต้องมีจุดแต่งต่าง

แน่นอนอย่างน้อยก้อมวลสารที่ผมบอกและอีกอย่างคืออะไรทำให้ยายขำสร้างพระปลอมทุกอย่างต้องมีเหตุปัจจัย

นั้นหมายความว่าสมเด็จแท้ๆๆนั้นท่านเลือกคนอยู่ผู้มีบุญวาสนาทำให้พระสมเด็จวัดระฆังสูงค่าไปอีก

 

 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
a100

Posts: 2 topics
Joined: 20/1/2553

ความคิดเห็นที่ 4   « on 3/2/2553 3:06:00 IP : 222.123.192.96 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 
ขอขอบคุณครับSmiley
 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
ยอดเก้านิ้ว

Posts: 0 topics
Joined: none

ความคิดเห็นที่ 3   « on 31/12/2552 11:01:00 IP : 117.47.81.94 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 
การให้ความรู้ถือเป็นสิ่งที่ดีในสังคมไทยครับสวัสดีปีใหม่ครับ
 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
attchanon

Posts: 342 topics
Joined: 18/10/2552

ความคิดเห็นที่ 2   « on 30/12/2552 20:55:00 IP : 112.142.148.86 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 
   ขอบคุณและซึ้งใจจริงๆ น่าเลื่อมใส ขอบคุณ คุณยอด มากครับที่ให้สติ ในการสะสมพระเครื่อง
 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
เล็กสุราษ

Posts: 0 topics
Joined: none

ความคิดเห็นที่ 1   « on 30/12/2552 15:11:00 IP : 115.67.216.200 »
Re: สมเด็จยายขำไม่ได้มีแต่ในตานานแต่มันคือเรื่องจริง
 
สาธุ ......อนุโมทามิ
 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
 
1
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
 
 
Online:  32
Visits:  8,293,979
Today:  3,752
PageView/Month:  316,514