พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

Engine by สยามทูเว็บผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก   
 



พระสมเด็จกรมท่าเปรียบเทียบพระสองคลอง



พระสมเด็จกรมท่า-

ใช้พิมพ์สมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นแม่แบบ

           ..... ใน งานนี้ เจ้าพระยาภาณุวงษ์มหาโกษาธิบดี เจ้ากรมท่า ว่าที่การคลังกับการต่างประเทศ ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ ได้ขอพระบรมราชานุญาติสร้างพระพิมพ์ขึ้นจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ โดยใช้พิมพ์สมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นแม่แบบ เพื่อ เป็นศิริมหามงคลเนื่องในการเสด็จเถลิงถวัลย์ครองราชสมบัติ รัชกาลที่ ๕ เพื่อแจกจ่ายแก่เจ้านายและประชาชน ที่เหลือจะได้บรรจุลงกรุในพระเจดีย์วัดพระแก้วมรกต
                     การ สร้างพระพิมพ์ครั้งนี้ ได้นำพิมพ์ของวัดระฆังมาส่วนหนึ่ง และทำเพิ่มขึ้นอีกมากมายเพื่อเร่งให้ได้พระ ๘๔,๐๐๐ องค์ ทันวันงาน พวกช่างวังหน้า วังหลัง วังหลวง อันมีหลวงวิจารณ์เจียรนัย และหลวงนฤมลวิจิตร เป็นหัวหน้า

นำ พิมพ์วัดระฆัง พ.ศ.2411(พิมพ์หลวงวิจารย์เจียรนัย(เฮง)  แต่.พระเนื้อแข็งแก่ปูน...มวลสารน้อย..สร้างเป็นจำนวนมาก. และพิมพ์อื่น ๆ อีกมากมาย..

           แต่อย่าเพิ่งเหมาว่าพระสมเด็จปูนปอตแลนด์  พิมพ์วัดระฆัง...เป็น พระสมเด็จกรมท่าหมดนะจร้า...พระสมเด็จ.สร้างปี  พ.ศ.2411 ..ก็ปูนปอตแลนด์เหมือนกัน  แต่มวลสารจะมาก...ปูนจะน้อย...ต่างกัน...ค่อย ๆ ศึกษาไปเห็นพระเยอะ ๆ  เดี๋ยวเก่งเองจร้า..

พระสมเด็จกรมท่า...พิมพ์วัดระฆัง...แก่ปูน..มวลสารน้อย...พ.ศ.2411.. 

              การ ลงรักในพิมพ์สมเด็จเจ้าคุณกรมท่า จะไม่มีการปิดทองเลย ถ้าพบพิมพ์ที่มีการปิดทองมาแต่เดิมส่วนมากมักจะเป็นพระสมเด็จชนิดพิเศษ นอกจากนั้นยังมีการลงรักพม่าหรือเมียนมาร์ซึ่งจะเป็นสีน้ำเงิน

           พระพิมพ์ที่สมเด็จเจ้าคุณกรมท่า...ส่วนใหญ่จะมีการลงรักสองชั้นคือ ลงรักชาดสีแดง ทับด้วยรักสมุกสีดำโดยจะลงทั้งด้านหน้าและด้านหลังเนื้อรักเท่ากันและที่ขอบ ทั้งสี่ด้าน การลงรักไม่สวยลงเพียงหยาบๆ และรักมักลบเลือนบางไปตามเวลา ไม่ร่อนกะเทาะ เพราะความหนาของรักไม่มาก   ส่วนที่ลงรักหนาก็มีอยู่บ้าง ส่วนมากจะเป็นรักสมุกชั้นเดียวลงโดยฝีมือช่างรัก ซึ่งพบน้อยมาก

พ.ศ.2411 พระสมเด็จกรมท่า..พิมพ์วัดระฆัง....แก่ปูนมวลสารน้อย.การลงรักไม่สวยลงเพียงหยาบๆ และรักมักลบเลือนบางไปตามเวลา ไม่ร่อนกะเทาะ เพราะความหนาของรักไม่มาก..ไม่มีการปิดทองเลย... 

(2m) 2010228_38731.jpg  (2m) 2010228_38749.jpg

(100m) 2010317_78843.jpg   (100m) 2010317_78862.jpg

เปรียบเทียบ

พระสองคลอง (พ.ศ.2412-2414)

       พระสองคลอง หมาย ถึง พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อพระ แบบพิมพ์พระ เป็นพระสมเด็จวัดระฆัง แต่ทำไมถึงมีคราบกรุ ร่องรอยการล้างคราบกรุ  เอ...แปลกจัง  พระสมเด็จวัดระฆังไม่ได้เป็นสมเด็จวัดบางขุนพรหมซักกะหน่อยมีคราบกรุได้ อย่างไร....

ลักษณะที่ปรากฎชัด

1.ลักษณะทองทับกรุ..กรุทับทอง

2.ปรากฎสิ่งใดสิ่งหนึ่ง้หรือทั้งหมด..ลงรักหนา..ทอง (ปิดทอง 1 แผ่นก่อนบรรจุกรุ)...สารเคลือบผิว..(หากพระสมบูรณ์ไม่ผ่านการล้าง)

3.พิมพ์ทรงวัดระฆัง...คมชัด...

4.เนื้อพระแกร่งละเอียดขาวอมเหลือง...คุณสมบัติปูนเปลือกหอยดิบ.

     บาง องค์แก่มวลสาร...ปูนน้อย..ปรากฎอยู่บ้าง.แต่มีไม่มากนัก..เพราะเหคุน้ำท่วม ใหญ่กรุเทพ ฯ  พ.ศ.2485 ทำให้เนื้อพระผุพัง..เปื้อยยุ่ย (ยกเว้นพระที่โขมยออกจากกระก่อนน้ำท่วม)

5.  ปรากฎหลังปาดกระดาน. บาง ๆ ,กาบหมากบาง ๆ  และขอบคัดตอกไม้ไผ่

       หากปรากฎหลังกระดานปาดเรียบ.. จะปรากฎรอยปูไต่..และรอยตีนปู..ให้เห็นเกือบทุกองค์..ถึงแม้เนื้อพระจะเกร่ง ละเอียดก็ยังคงปรากฎเม็ดมวลสาร..เมื่อใช้กระดานปาดเรียบก็จะสดุดเม็ดมวลสาร ..ทำให้ปรากฎรอยดังกล่าว

6. ปรากฎมวลสารน้อยแต่ยังปรากฎให้เห็น..จนอาจเข้าใจว่าเป็นพระสมเด็จบางขุนพรหม ...แต่เมื่อพืจารณาเนื้อพระ  และพิมพ์ทรงจะสามารถแยกออกกันได้อย่างชัดเจน..

     ที่เรียกพระสองคลองคือ พ.ศ. 2411 พระสมเด็จพุฒาจารย์(โต)วัดระฆังอยู่ฝั่งธนบุรี   ท่านเอาพระสมเด็จข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาบรรจุกรุที่วัดใหม่อมตะรส หรือวัดบางขุนพรหมประสมกันให้ครบ 84,000 องค์ เท่ากับพระธรรมขันธ์ตามความประสงค์ของสมเด็จโต

    ลักษณะเด่นของพระสองคลองคือจะปิดทองไว้ 1 แผ่นก่อนบรรจุกรุจะเกิดลักษณะ กรุทับทอง และทองทับกรุ

    กรุทับทอง เกิดจาก  ขี้กรุไหลออกมาทับทองที่ปิดไว้ลักษณะเนื้อพระทองที่ปิดเนื้อพระจะอยู่ใต้ขี้กรุ

    ทองทับกรุ เกิดจาก ขี้กรุที่เกิดขึ้นที่พระดันทองขึ้นไปอยู่บนขี้กรุกล่าวคือทองอยู่บนคราบขี้ กรุนั้นเอง   สองลักษณะดังกล่าวจึงเป็นจุดเด่นของ พระสองคลอง

      ลักษณะที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นพร้อมกับ คราบกรุ คราบตระไคร้น้ำ  จากน้ำท่วมใหญ่ กรุงเทพ  ปี 2485 ,จึงเกิดการรอกร่อนโดยบางองค์จะเห็นเนื้อมวลสารชัดเจน จากกรรมการการขุดกรุไม่ระมัดระวังบ้าง ,การทำความสะอาดพระด้วยวิธีต่าง ๆ  หนักบ้าง เบาบ้าง.

.. พระสองคลอง.. ก็เป็นพระสมเด็จวัดระฆังเหมือนกันนะครับ..เพียงแต่่แก่ปูนเพชร ..หินอ่อน..ศิลาธิคุณ..ดินสอพลอง.ปูนขาว...หินเปลือกหอยดิบ..สันนิฐานน่าจะ อันเป็นความฉลาดของผู้สร้างที่ต้องการฝากรุมิใช่ความบังเอิญฝากประสมให้ครบ 84,000  องค์..สังเกตุจากพระสองคลองตั้งใจลงรัก..ปิดทอง 1 แผ่นก่อนฝากกรุ

อย่าทิ้งความรู้เรื่องมวลสารหลักพระสมเด็จวัดระฆังเป็นอันขาด

มวลสารหลักพระสมเด็จวัดระฆัง

 มวลสารหลักในการจัดสร้าง ..สมเด็จวัดระฆังทั้งหมดรวมเซียนพระ.เรียก..อิฐแดง,กากดำ,กรวดเทา,ก้อนขาว,ทรายแก้ว....


1..อิฐแดง.  หรือเม็ดแดง .หมาย ถึง..ชิ้นส่วนแตกหัก..ของพระเนื้อดินกรุทุ่งเศรษฐี..จังหวัดกำแพงเพชร  คือพระซุ้มกอ  หรือพระกำแพงเขย่งโบราณที่ชอบเรียกกันนั้นเอง..เจ้าประคุณสมเด็จได้เดินทาง ไปเปิดกรุเมื่อ ปีพ.ศ.2392 และท่านคงได้พระแตกหักจำนวนมาก.. ขนาด หรือสัณฐานที่ปรากฎ..เป็นชินเล็ก ๆ สีแดงคล้ายอิฐมอญก้อนเล็ก ๆ แตกกระจายออกเหมือนเศษอิฐ

2..กาก ดำ  หมายถึง..ชื้น หรือก้อนถ่านของก้านธูป หรือแผ่นใบลานจารอักขะ และสูตรทางพุทธมนต์เผา..ลักษณะคล้าย ๆ เสี้ยนถ่านในแนวนอน  กากดำนี้จะปรากฎให้เห็นมากกว่า อิฐแดง  หรือเม็ดแดง

3..กรวด เทา  หมายถึง  ลักษณะของมวลสารคล้าย..เม็ดกรวด  หรือเม็ดทรายเล็ก  ๆ มักจะมีวรรณะเป็นสีเทาส่วนใหญ่..สัณนิฐานเป็นชิ้นส่วนของเปลือกหอยที่ไม่ ย่อยสลายจากการเผา

4..ก้อน ขาว  หมายถึง  หมายถึงผงพระสมเด็จ  หรือผงกฤติยาคมนั้นเอง  จะมีสีขาวขุ่น หรือสีน้ำตาลอ่อน..หากพระสมเด็จวัดระฆังองค์ใดมีผงพุทธคุณมาก..จะเป็นพระที่ ดูง่าย  และมีเสน่ห์ชวนส่องกล้องมาก ๆ

5..ทรายแก้ว  หมายถึง..มวลสารหลักพระธาตุหยดน้ำค้าง..มีสีใสเหมือนแก้ว  หรือสีชมพูอ่อน ๆ ทรายแก้วนี้หากพบเห็นในเนื้อพระสมเด็จจะเห็นเป็นแสงส่องประกายแวววาวเป็นพิเศษ..หากเห็นพระองค์ใดมีทรายแก้วอยู่ในเนื้อพระ..พระองค์นั้นก็จะปรากฎมีทรายแก้ว.เป็นจำนวนมาก..

เพิ่มเติม..พระสมเด็จวัดระฆัง..นอกจากมวลสารหลััก...5  ประการแล้ว..อาจปรากฎมวลสารต่าง ๆ ที่เกิดจากการสร้าง..เช่น

1. จุดสีขาวขุ่น มี ทั้งขนาดใหม่และเล็ก ขนาดเล็กตั้งแต่ปลายเข็มหมุดขนานใหญ่เท่าเมล็ดถั่วเขียวก็เคยพบ มีปรากฏอยู่ทั่วไปในเนื้อพระละเอียดแน่นนอน และ เนื้อพระชนิดหยาบเนื้อไม่แน่นนอน สันนิษฐานว่าคือ เม็ดพระธาตุ และเปลือกหอย
2. จุดสีแดงหรือสีแดงอิฐ ตั้งแต่ ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าคงจะเป็นเศษพระเครื่องหักของ กำแพงเมืองเพรช สมัยที่สมเด็จพุฒาจารย์ (โต) ได้ไปเดินธุดงค์พบพระเนื้อดินหัก แต่ยังเต็มเปี่ยมไป ด้วยพระพุทธคุณ จึงนำมาสร้างพระเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล และความขลังแก่พระสมเด็จ
3. จุดสีดำ มีขนาดเล็กก็คือ เกสรดอกไม้ เม็ดกล้วย ถ้าเป็นขนาดกลาง สันนิษฐานว่าเป็นผงถ่านใบลาน และถ้าเป็นลักษณะยาว สันนิษฐานว่าเป็นกานธูป
4. จุดสีเขียวคล้ายสีคราม มีลักษณะใหญ่เล็กแล้วแต่จะพบในองค์พระ สันนิษฐานว่าเป็นหินเขียวหรือ ตะไคร่ ใบเสมา
5. จุดสีน้ำตาลอ่อน และ น้ำตาลแก่ สันนิษฐานว่า คือเกสรดอกไม้แห้งนานาชนิด อาจเป็นดอกไม้108 (ดอกไม้ที่ใช้บูชาพระ)
6. เม็ดทรายเสกขนาดกลาง และขนาดเล็ก พบในเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง
7. เม็ดขาวขุ่นหรือพระธาตุ ส่วนมากจะพบกระจายอยู่ทั่วไปในองค์พระบางองค์ พบอยู่ด้านหลัง บางองค์ไม่พบ
8. ทองคำเปลว ที่ติดพระประธานในโบสถ์วัดระฆัง ใช้บดละเอียดผสมในเนื้อพระ
9. ผงวิเศษที่พบเป็นก้อน คล้ายกับก้อนดินสอพองก็คือ ผงวิเศษที่ได้จากผงอิทธิเจ ผงปัตถะมัง ผงตรีนิสิงเห ผงพุทธคุณ ผงมหาราช
10. การยุบตัวของ เนื้อพระสมเด็จ เกิดจากปฎิกริยาการหดตัว แห้งตัว ยุบตัวของเศษอาหาร จึงทำให้ เนื้อพระยุบตัวลง ระยะเวลาและความร้อนของอากาศหลายๆปี ฤดูกาลธรรมชาติ
11. ที่แลเห็นพระบางองค์มีความมันบนองค์พระมาก เพราะว่าในเนื้อพระผสมนำมันตั้งอิ้วมากกว่าปกติ เนื้อพระชนิดนี้จึงหนึกนุ่มอยู่เสมอ ทำให้เนื้อพระเก่าได้ยาก
12. พระสมเด็จกับการลงรักปิดทอง พระสมเด็จวัดระฆังบางองค์มีการลงรักปิดทองไว้ แล้วในภายหลัง ได้ถูกล้างออก ซึ่งก็ทำให้สามารถดูเนื้อพระได้ง่ายขึ้น
13. คราบสีขาวบน องค์พระมักจะพบในพระสมเด็จวัดระฆังนั้นมี 2 นัย นัยแรกเกิดจากแป้งโรยพิมพ์พระ ในตอนสร้าง (สันนิษฐานว่าใช้แป้งขาวเจ้าผสมปูนขาว) นัยที่สองเกิดจากเชื้อราบางชนิดซึ่งเกิดขึ้นเนื่อง มาจากการเก่าเก็บไว้เป็นเวลานานซึ่งไม่มีผลทำให้ผิวพระเสียแต่อย่างใด ซี่งถ้าใช้นิ้วถูออกคราบสีขาว ก็จะหายไปและจะไม่มีผงฝุ่นสีขาวติดนิ้วเลย แต่ไม่ควรถูออกเพราะคราบสีขาวเป็นการแสดงความเก่า ความมีอายุอันยาวนานขององค์พระ
14. รอยปริแยกแตกบน ผิวพระสมเด็จวัดระฆัง สันนิษฐานว่าเกิดจากการยุบตัว หดตัวของเนื้อพระเนื่องจาก ความชื้นและอุณหภูมิในอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเนื้อพระมีส่วนผสมน้ำมันตังอิ้วที่เหมาะสมเป็นตัว ประสานเนื้อพระก็จะไม่พบลอยปริแตกบนผิว
15. กลิ่นหอมใน เนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง สันนิษฐานว่าเกิดจากการที่ส่วนผสมมวลสารในเนื้อพระมีดอกไม้และ เกสรหลายชนิดรวมกัน รวมทั้งน้ำมันจันทน์ด้วย จึงทำให้พระสมเด็จมีกลิ่นหอม
16. รอยแตกลายงาบนผิวพระสมเด็จวัดระฆังเกิดจากการแห้งและหดตัวของผิวเนื้อพระ ชั้นนอกเร็วกว่า เนื้อพระชั้นใน พบได้ในองค์พระที่มีผิวระเอียดหนึกนุ่ม

หรือที่เคยพบเจอ...อีกเช่น

...ผ้าแพรสีเหลืองเข้าใจว่าเป็นผ้าแพรที่ถวายพระพุทธรูปแล้วเวลา เก่าหรือชำรุดแทนที่จะนำผ้าแพรที่ห่มพระพุทธรูปมีผู้คนกราบไหว้มากมายไปทิ้ง
...ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต ได้นำผ้าแพรตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เอาดินสอลงอักขระเป็นอักษรไว้ แล้วผสมในมวลสารที่สร้างพระสมเด็จวัดระฆัง
...ชิ้นส่วนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ก้านธูปบูชาพระ สันนิษฐานว่าท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ คงนำเอาสิ่งของที่บูชาพระทั้งหมดเมื่อกราบไหว้บูชาพระ แล้วก็ไม่ทิ้ง
...นำมาตัดหรือป่นกับเนื้อที่จะสร้างสมเด็จวัดระฆัง จะเห็นเป็นเศษไม้ลักษณะก้านธูปผสมอยู่ในเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง กลายเป็นเอกลักษณ์อันสำคัญยิ่งถ้ามีเศษธูปแล้วต้องเป็นสมเด็จวัดระฆัง
....เอกลักษณ์อันสำคัญที่สุดคือเม็ดเล็กๆมีผสมค่อนข้างมาก สีขาวออกเหลือง ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกว่า เม็ดพระธาตุ แต่คงไม่ใช่เม็ดพระธาตุเพราะถ้าเป็นเม็ดพระธาตุคงต้องใช้จำนวนมหาศาล เพราะพระสมเด็จวัดระฆังทุกองค์จะมีเม็ดพระธาตุมาก จะไปเอาพระธาตุมาจากไหนมากมายมหาศาล
...จุด เม็ดพระธาตุนี้กลายเป็นจุดสำคัญของตำนานการดูพระสมเด็จวัดระฆัง ที่สำคัญที่สุด สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นปูนหินสีขาวๆเมื่อผสมกับน้ำมันตังอิ๊วจับตัวเป็นก้อน เมื่อตำผสมกับปูนขาวเปลือกหอยแล้ว ไม่กลืนกันภายหลังแยกกันเป็นเม็ดๆในเนื้อของสมเด็จวัดระฆัง
...แต่บางคนก็สันนิษฐานไปว่าอาจจะเป็นปูนขาวที่ปั้นพระบูชาตามโบสถ์ เสร็จแล้วทารักปิดทองให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชาเป็นร้อยเป็นพันปี
...บางครั้งปูนขาวพองขึ้นชำรุดเสียหาย จึงต้องลอกเอาปูนขาวออกปั้นด้วยปูนขาวใหม่ให้พระสมบูรณ์ เพื่อยืดอายุพระพุทธรูปบูชาในโบสถ์ให้มีอายุนับพันปี
...ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต เห็นเป็นวัสดุบูชาที่ไม่ควรจะทิ้ง จึงนำมาตำผสมไว้ในมวลสารของพระสมเด็จวัดระฆัง มาจนถึงปัจจุบันอายุของพระสมเด็จวัดระฆังร้อยกว่าปี การหดตัวของมวลสารเกิดขึ้น
...วัสดุที่ต่างกัน อายุต่างกัน จึงหดตัวไม่เท่ากัน จึงเกิดรอยแยกตัวของรอบๆเม็ดพระธาตุอย่างสม่ำเสมอ เป็นตำนานอันสำคัญที่สุดในการดูพระสมเด็จวัดระฆัง แท้
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จะนำดินสอพองมาเขียนเป็นตัวอักขระบนกระดานชนวน เสร็จแล้วก็ลบออก และเขียนอักขระใหม่แล้วก็ลบออกอีก นำเอาผงที่ลบออกมาเก็บเอาไว้ คนรุ่นเก่ารุ่นแก่เรียกว่า ผงอิทธิเจ นำมาผสมในพระสมเด็จวัดระฆัง

มวลสารต่างๆที่เป็นส่วนผสมที่สำคัญของพระสมเด็จวัดระฆัง
๑. ปูนเพชร ปูนที่ใช้ทำเครื่องถ้วยชามกังไสของจีน หรือถ้วยชามเบญจ รงค์ของไทย ปูนขาว
๒. หินอ่อน หรือ ศิลาธิคุณ
๓. ดินหลักเมือง ๗ หลัก
๔. ดินสอพอง
๕. ดินโปร่งเหลือง
๘. ข้าวสุก และอาหารสำรวม
๙. แป้งข้าวเหนียว
๑๐. กล้วยน้ำไทย
๑๑. ยางมะตูม
๑๒. น้ำผึ้ง น้ำตาลอ้อยเคี่ยว
๑๓. น้ำมันทัง
๑๔. ขี้เถ้าไส้เทียนบูชาพระประธาน
๑๕. ผงใบลานเผา
๑๖. ดอกบัวสัตตบุษย์
๑๗. ดอกมะลิ
๑๘. ดอกกาหลง
๑๙. ยอดสวาท
๒๐. ยอดรักซ้อน
๒๑. ราชพฤกษ์
๒๒. พลูร่วมใจ
๒๓. พลูสองหาง
๒๔. กระแจะหอม
๒๕. ว่านและเกสรดอกไม้ ๑๐๘ ชนิด

ลงรักแบบพระสองคลอง(ก่อนน้ำท่วม พ.ศ.2485) 

ศึกษารูป เปรียบเทียบใกล้เคียง  แต่ไม่เหมือน...จร้า

     (Root) 200958_74228.jpg  (Root) 200958_74320.jpg

 (2m) 2010228_38783.jpg  (2m) 2010228_38800.jpg

(2m) 2010228_44090.jpg (2m) 2010228_38716.jpg

ลงรักแบบพระสองคลอง(หลังน้ำท่วม พ.ศ.2485)

 (cofee1) 2009520_33232.jpg (cofee1) 2009520_33293.jpg

ข้อสังเกตุความแตกต่าง..เมื่อปรากฎสารเคลือบผิวพระ..

พระสมเด็จกรมท่าใช้แบบพิมพ์วัดระฆัง.หมือนกัน..พระสมเด็จกรมท่าแก่ปูนมวลสารน้อย..สร้างมากให้ทันงานสำคัญ..วังหน้า และวังหลังสร้างพระถวาย

.การลงสารเคลือบผิวหน้าหลังเสมอกัน..มวลสารพระสมเด็จวัดระฆังจะปรากฎชัด และมากกว่า..

.ลักษณะกรุทับทองทองทับกรุ..หากก่อนน้ำท่วมกรุงเทพสังเกตุปิดทอง 1  แผ่น..พระสมเด็จกรมท่าจะไม่ปรากฎการปิดทองจร้า....

 
 
Online:  23
Visits:  7,442,154
Today:  1,766
PageView/Month:  198,071