พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 

                                                        พระสมเด็จหลังกดลายดอกพิกุล


2011-11-08 - พระสมเด็จหลังกดลายดอกพิกุล  เนื้อปูนเปลือกหอย....แบบวัดระฆัง..เห็นด้านหลังพระสมเด็จมาหลากหลาย..ไม่ว่าจะเป็น..หลังกระดาน  กาบหมาก  ขั้นบันได  หลังเรียบ  หลังกระดานลึกโบราณ  ดังนักนิยมพระเครื่องเรียก การศึกษาความเป็นพระแท้ของพระสมเด็จวัดระฆัง  ดูหลัง  ไม่ต้องดูหน้า ก็รู้ว่า เป็นพระสมเด็จวัดระฆัง  เพราะไม่ปรากฎสร้างของเกจิพระวัดอื่นใดลย  คราวนี้มาศึกษาหลังหลังพระสมเด็จวัดระฆัง  ปรากฎหลังลายกดหลังคล้ายดอกพิกุล..เป็นเพราะความบังเอิญ  หรือความตั้งใจ  ก็ไม่อาจคลาดเดาได้ 

    ปีที่สร้าง  พ.ศ.2404-2406  พระสมเด็จหลังกดลายดอกพิกุล  เนื้อปูนเปลือกหอย....แบบวัดระฆังนั้นข้อสังเกตุ  เนื้อปูนเปลือกหอยสีขาว ๆ  มวลสารชัดเจนแบบวัดระฆังอย่างชัดเจนเช่น กากดำ  อิฐแดง  ก้อนขาว  หินเทา   ทรายแก้ว   พิมพ์ของหลวงวิจารย์เจียรนัย (เฮง)  ยุคแรก ๆ ซุ้มครอบแก้วจะเล็กบางแบบเส้นขนมจีน  ยังไม่ปรากฎคราบน้ำมันตังอิ๊ว  หรือสีสนิมกระป๋อง(จะปรากฎพระสมเด็จที่สร้างหลัง  พ.ศ. 2406 ) เนื้อพระคงเป็นเนื้อล้วนด้วยปูนเปลือกหอย พิมพ์ปรกโพธิ์ถ้าปรากฎก็มีเพียงพิมพ์ปรกโพธิ์  6  ใบ  ได้แบบพิมพ์จากหลวงวิจารย์สร้างถวาย แต่ยังคงกดปั๊มกันเองภายในวัดยังไม่ได้กดพิมพ์  และสร้างโดยช่างหลวงแต่อย่างไร  โดยไม่ปรากฎใช้วัสดุจากวังหลวงมาใช้เช่นสารเคลือบผิวพระ มีรักไทย  รักจีน  รักพม่า   ชาด  รงค์  เทือก   น้ำเงิน  น้ำทอง  เป็นต้น.  ต่อมา หลวงปู่โต ได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ ในปี พ.ศ. 2407...ช่างหลวง  และอุปกรณ์ช่างหลวง  และสารเคลือบผิวรักษาผิวพระต่าง ๆ..ได้นำมาใช้ในการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..

จากบทความสร้างพระสมเด็จวัดพระธาตุพนม

  พ.ศ.2395 รัชกาลที่ 4  ทรงโปรดให้ สมเด็จพุฒาจารย์โต(สมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น สมเด็จฯท่านมีสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมกิตติในปีชวด จุลศักราช 1214(พ.ศ.2395)และมีสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี ในปีขาล จุลศักราช 1216(พ.ศ. 2397),เจ้าคุณธรรมทานาจารย์(เจ้าคุณแนบ),เจ้าคุณธรรมถาวร(เจ้า คุณช่วง),และปลัดไฮ้เข้าตรวจสอบพระธาตุพนม ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่สามารถซ่อมแซมได้ จึงให้บูรณะใหม่ทั้งองค์และให้จัดสร้างพระสมเด็จส่วนผสมคือ ปูนจากเจดีย์เก่า พลอยดิบได้รับการถวายจากเขมร และพม่า ทองคำ ลูกปัดทราวดี พระบรมสารีริกธาตุจำนวน 84,000 องค์บรรจุในองค์พระธาตุพนม ส่วนยอดพระธาตุพนมทำด้วยทองคำน้ำหนักถึง 110 กิโล  ให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2408

      เมื่อ ปี พ.ศ. 2407 วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2407 ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน10 ปีชวด จุลศักราช 1226 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4ได้ทรงโปรดเกล้าสถาปนาสมณศักดิ์พระเทพกวี ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์[คณะผู้จัดทำได้ไปค้นคว้าจากประวัติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวอยู่ รัชกาลที่ 4 เพื่อยืนยันว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น สมเด็จฯท่านมีสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมกิตติในปีชวด จุลศักราช 1214(พ.ศ.2395)และมีสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี ในปีขาล จุลศักราช 1216(พ.ศ. 2397)กับได้ทรงรับสั่งมอบหมายท่านให้เป็นแม่กองไปบูรณะองค์พระธาตุพนมด้วย ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พร้อมด้วยท่านเจ้าคุณธรรมทานาจารย์(เจ้าคุณแนบ) ท่านเจ้าคุณธรรมถาวร(เจ้าคุณช่วง)พร้อมด้วยพระปลัดโฮ้ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบองค์พระธาตุพนม

          ในขณะนั้นชำรุดเสียหายมากน่าจะไม่สามารถทำการบูรณะซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องสร้างพระธาตุพนมใหม่ทั้งองค์ ก็ควรที่จะได้สร้างพระเครื่อง พระบูชา บรรจุไว้ในเจดีย์องค์พระธาตุพนมด้วย เพื่อเป็นพุทธบุชา และเนื่องจาก ณ เจดียสถานแห่งนี้มีพระมหากัสสปะเถรเจ้า ได้นำเอาพระอุรังคะธาตุมาประดิษฐานไว้ให้สาธุชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าได้กราบนมัสการ บูชา สักการะ แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้นำความเห็นขึ้นกราบทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ให้ทรงทราบและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ทรงเห็นด้วยและโปรดให้ดำเนินการได้กับทรงมีรับสั่งให้สร้างให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2408 ฉะนั้นการสร้างพระเจดีย์องค์พระธาตุพนม การสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อนำไปบรรจุในองค์พระธาตุพนมจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2407 เป็นต้นมา
      การสร้างพระเครื่อง พระบูชานั้น ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีให้นำเศษ ปูน ทรายที่ร่วงมาจากองค์พระธาตุพนม รอบๆองค์พระธาตุพนมมาเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารและเมื่อข่าวการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อบรรจุในองค์พระธาตุพนมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้แพร่กระจายออกไปจึงได้มีพระเถรานุเถระ ผู้ใหญ่จากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความเคารพเลื่อมใสในองค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้นำเอามวลสารสิ่งของที่มีค่ามาถวายท่านเจ้าพระคุณฯ เพื่อร่วมสร้าง พระเครื่อง พระบูชา ในคราวนี้ด้วย...อาทิ พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากเขมร พม่า ได้นำพลอยดิบที่ยังไม่ได้เจียระไน หรือที่เรียกว่าอัญมณี สีต่างๆ พร้อมด้วยแร่ทองคำมาถวาย พระเถรานุเถระจากลาว นำลูกปัดทวาราวดี และพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย เป็นต้น สิ่งต่างๆที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้รับการถวายในครั้งนี้ พระคุณเจ้าได้นำมาผสมเป็นมวลสารในการสร้างพระเครื่อง พระบูชาในครั้งนี้...ทั้งหมด..

     งานสร้างพระสมเด็จวัดพระธาตุพนม..ไม่ปรากฎหลักฐานว่า..หลวงวิจารย์เจียรนัย  (เฮง)..สร้างแบบพิมพ์แต่ประการใด...และเป็นที่สังเกตุว่า...พระสมเด็จวัดพระธาตุพนม..ไม่มีกรอบกระจกแต่ประการใด.  และเอกลักษณ์มวลสารเป็นอีกแบบต่างหาก...... 

ดังนั้นยุคเริ่ม ต้นของหลวงวิจารย์จัดทำแบบพิมพ์  ..ให้กับงานสร้างพระสมเด็จเกศไชโย.. ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเป็นงานแรก..และงานสร้างพระสมเด็จเกศไชโย..ก็ยังแบ่งเป็น  2  ช่วง.คือช่วงแรกสร้างเนื้อปูนเปลือกหอยล้วน ๆ    และและช่วงหลังงานสร้าง  เนื้อพระที่ปรากฎคราบตังอิ้ว  จร้า  

 จากบทความสร้างพระสมเด็จวัดเกศไชโย

          จากบทบันทึกที่ว่า “ตั้งแต่ยังเป็นพระเทพกระวี จนเป็นพระพุฒาจารย์ พระยังไม่แล้ว” หลวงปู่โต ได้เลื่อนสมณศักดิ์ ขึ้นเป็น พระเทพกระวี ใน ปี พ.ศ.2397 และ ดำรงตำแหน่ง ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ในปี พ.ศ. 2407 แต่เหตุการณ์ที่บันทึกข้างต้น เป็น เหตุการณ์ใน ปี พ.ศ. 2410 ซึ่งมีการทำพระพิมพ์สามชั้น จำนวน 84000 องค์ โดยมีการบันทึกได้กล่าวถึงมวลสาร ที่ใช้น้ำมันตั้งอิ้วที่กล่าวว่า “ทำพระพิมพ์ ๓ ชนิด สามชั้นนั้น ๘๔๐๐๐ องค์ ทำด้วยผงบ้าง ลานจานเผาบ้าง กระดาษว่าวเขียนยันต์เผาบ้าง ปูนบ้าง น้ำมันบ้าง” และ ท่านน่า จะช่วยออกแบบพิมพ์พระสมเด็จในช่วงเวลาเดียวกัน คือ ประมาณ ปี พ.ศ. 2406 และในช่วงนั้น มีเหตุการณ์ การสร้างพระนั่งโต ที่วัดเกศไชโย จังหวัดอ่างทอง ในช่วง ปี พ.ศ. 2406-2407 และ สร้างเสร็จใน ปี พ.ศ. 2410 ใช้เวลาในการสร้างถึง 3 ปี  

        พ.ศ.2406-2407 สม เด็จพุฒาจารย์(โต)จึงสร้างพระพุทธรูปใหญ่ใหม่ และบรรจุพระสมเด็จจำนวน 84,000 องค์แแต่เนื่องจากการจัดสร้างจากเนื้องผงพระแตกร้าวซึ่งจัดสร้างจากผง พุทธคุณ  5 ชนิด และผงเกษรดอกไม้,ปูนขาว และข้าวสุก จึงเพิ่มส่วนผสม กล้วยหอมจันทน์ ,กล้วยน้ำว้า และเปลือกกล้วย เนื้อพระจึงออกมาเป็นสีเหลืองนวล และยังแตกร้าวแต่น้อยลงหลวงวิจารเจียรนัย(เฮง) ช่างหลวงในรัชกาลที่  4 จึงถวายคำแนะนำให้ผสมสูตรน้ำมันตังอิ้วทำให้เนื้อพระไม่แตกจึงจัดสร้างตาม จำนวนแต่เนื่องจากมวลสารไม่พอจึงบรรจุสมเด็จวัดระฆังลงไปด้วย

ความหมาย  ดอกพิกุลทอง

การเขียนดอกพิกุลทอง ที่มีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์

ลักษณะเด่นของพิมพ์พระ

เส้นซุ้มครอบแก้ว   และแบบพิมพ์พระ   จะเล็กบาง แบบส้นขนมจีนจร้า

พระสมเด็จหลังกดลายดอกพิกุล  เนื้อปูนเปลือกหอย  ผสมปูนเพชร  ....แบบวัดระฆัง

พิมพ์ใหญ่

ขาวแบบนี้  เรียก  ปูนเปลือกหอยดิบ  ผสมปูนเพชร  จร้า

กรอบกระจกแบบพิมพ์นิยม

ซุ้มครอบแก้วแบบเส้นขนมจีน

ตังอิ๊วไม่มี สร้างก่อนพ.ศ.2406 จร้า

มวลสารชัด  เม็ดแดง  ก้อนขาว  กากดำมาพร้อมธรรมชาติกาลเวลา บ่อน้ำตา


พิมพ์เจดีย์  มีหู

มวลสารชัด  เม็ดแดง  ก้อนขาว กากดำ

พร้อมธรรมชาติกาลเวลา บ่อน้ำตา

 


พิมพ์ปรกโพธิ์

กรอบกระจกแบบพิมพ์นิยม

        โพธิ์  6  ใบ

มวลสารชัดเม็ดแดง  ก้อนขาว กากดำมาพร้อมธรรมชาติกาลเวลา บ่อน้ำตา


 
 
Online:  49
Visits:  16,777,220
Today:  7,915
PageView/Month:  150,242