พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

Engine by สยามทูเว็บผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก   
 

ห้องกาแฟ 2  ยินดีต้อนรับ.....

บทที่ 3

    สมเด็จโต..สั่งสอน..เรื่องการให้ความรู้"ทำใจให้กว้างดั่งทะเล..สืบทอดให้ยาวดั่งสาวไหม..."...เซียนจ๋าอย่าใจแคบ...ความลับไม่มีในโลก...สืบทอดให้คงอยู่..ปิดบังให้สูญสิ้น...

คำศัพท์เซียนวันละคำ

2009-05-16 วันนี้เสนอคำว่า "คราบแป้ง"

      (pd9) 2009516_48158.jpg    (pd9) 2009516_65081.jpg

    คราบแป้ง  หมายถึง คราบแป้งโรยพิมพ์  บทเรียนที่ผ่านมา สมาชิกทั้งหลายทราบว่า พระสมเด็จวัดระฆังนั้น กดพิมพ์จากด้านหลังมาด้านหน้า  อันเป็นความชาญฉลาดของช่างหลวง ป้องกันด้านหน้าองค์พระไม่ให้เสียหาย หรือหลุดร่อนติดแบบพิมพ์   จึงโรยแป้งก่อนกดพิมพ์  รอยคราบแป้งจึงปรากฎที่ด้านหน้าองค์พระทุกองค์ 

         ยกเว้นมองไม่เห็นเพราะพระองค์สีขาว ลงลัก ชุบลัก ชุบแป้งเปียก  ปิดทอง ลงชาด อย่างหนาทั้งองค์  หรือผ่านการล้างลักมาอย่างหนัก  ก็ดูตามร่อง....ตามขอบด้วย...เพื่อความไม่ประมาท สังเกตุหน่อยนะครับ........

2009-05-17 วันี้เสนอคำว่า "แตกหน้าไม่แตกหลัง"

      (pd9) 2009517_38417.jpg    (pd9) 2009517_38486.jpg

แตกหน้าไม่แตกหลัง  หมายถึง  การกดพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆังกดจากหลังไปหน้านั้นทำให้เกิดปรากฎการเช่นว่านี้กล่าวคือเมื่อใส่เนื้อมวลสารเข้าแบบพิมพ์กด ทับ อัด ทุบ  เพื่อให้พระแน่น  น้ำในเนื้อพระจะไหลไปที่ก้นพิมพ์(ด้านหน้าองค์พระ) ทำให้นิ่ม แต่ไม่แน่น จึงแตกมากกว่าด้านหลัง แต่น้ำมันตังอิ้วช่วยให้ประสานเนื้อได้มากขึ้นแตกน้อยลงแต่ยังคงให้เห็นได้อยู่

       ข้อสังเกตุ อาทิตย์ที่ 4 เสนอ ความหมาย"สมเด็จชิ้นฟัก"  และ

      ข้อสังเกตุพระสมเด็จวัดระฆัง 14 ข้อ

2009-05-16 -  สมเด็จชิ้นฟัก  หมายถึงรูปลักษณะของพระสมเด็จวัดระฆัง ประกอบไปด้วย

      1.พระสมเด็จรูปสี่เหลี่ยม หรือสี่มุม หมายถึง อริยสัจจ์ 4 คือพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้

     2.องค์พระหมายถึง พระพุทธองค์

     3.ซุ้มครอบแก้วหมายถึง อวิชาที่ครอบคลุมพิภพ

    4.แนวองค์พระเป็นสามเหลี่ยมหมายถึงพระรัตนตรัย

    5.ฐานชุกชี มีตั้งแต่ 3 ชั้น-9ชั้น

            3ชั้น  หมายถึง พระไตรปิฎก

            5ชั้น หมายถึง ขันธ์ทั้งห้า เบญจศีลเบญจธรรม

            6ชั้น หมายถึงสารานิยธรรมหก

             7ชั้นหมายถึงอปริหานิยธรรมเจ็ด

            9 ชั้นหมายถึง มรรค ผล นิพพาน(มรรค 4  ผล 4 นิพพาน 1 ) 

        6.เนื้อพระทำมาจากผงวิเศษ หรือผงกฤติยาคม

          ประกอบด้วยผงวิเศษสำคัญ 5 อย่าง คือ อิทธเจ,ตรีนิสิงเห,ปัถมัง,มหาราช และพุทธคุณ  หมายถึง เมตตา,ความรัก,เสน่ห์,ปลอดภัย,ทนต่อศาตรา และปฎิหารย์

           และมวลสาร ที่เป็นมงคล  คือ เกษรดอกไม้ 108 ชนิด ว่านยา และว่านมงคล ,สมุนไพรต่าง ๆ อัณญมณีต่าง ๆ  แร่ธาตุ,พระธาตุ,พระเก่าโบราณ ,ไม้มงคล,ดินโป่ง,ก้านธูปบูชาพระรัตนตรัย,หินเปลือกหอย,ผลไม้,กระยาหาร,ข้าวหอม,ไคลเสมา,ไคลเสาตะลุงช้างเผือก,ดินสอพลอง,ปูนตายซาก,หมุดเงินทอง,ทรายเงินทอง,ใบลาน,น้ำอ้อย,ยางไม้,น้ำมันตังอิ้ว,ผงตระไบพระทอง

        7. พิมพ์ปรกโพธิ์หมายถึงพระพุทธเจ้าตรัสรู้

        8.พระพิมพ์ฐานแซม หมายถึงพระพุทธสิหิงส์

        9.พระพิมพ์อกร่องหูยานหมายถึงทุกข์กริยา

      10. พระพิมพ์เจดีย์หมายถึงพระแก้วมรกต

      11.พระพิมพ์เกศบัวตูมหมายถึง พระเชียงแสน

      12.พระพิมพ์ใหญ่หมายถึง พระประธานในโบสถ์วัดระฆังพุทธศิลป์สุโขทัย

      13. พระพิมพ์เกศทะลุซุ้ม หมายถึงพระไส

      14. พระพิมพ์หน้าโหนกอกครุฑ หมายถึงสมเด็จโต

   ชินบัญชรคืออะไร

      ชินบัญชร คือพระคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ ตกทอดมาจากลังกา สมเด็จโตได้ค้นพบในคัมภีร์โบราณที่กำแพงเพชร ปรับปรุงให้เหมาะสมกับคนไทย เป็นสิริมงคลแก่ผู้สวดภาวนา

     ความหมายคาถาชินบัญชร คือการอัญเชิญพุทธานุภาพทุกอย่าง พระอรหันต์ทุกพระองค์ เชิญพระสูตรอันเป็นมนต์วิเศษมารวมล้อมผู้สวด จะไม่มีอันตรายใด ๆ เข้าถึงตัว ผู้สวดประจำเหมือนมีสมเด็จอยู่ในตัว

 

กำเนิดพระคาถาชินบัญชร  

         สมเด็จ (โต)  ได้มีโอกาสเดินทางไปยังวัดเก่าแห่งหนึ่ง ในจังหวัด กำแพงเพชร  ซึ่งมีกรุโบราณ และท่านได้พบคัมภีร์โบราณที่ฝั่งอยู่ใน
เจดีย์หักอยู่ผูกหนึ่ง และก็ได้นำกลับมาเก็บไว้ที่กุฎิท่าน  ในช่วงนั้น สมเด็จ (โต) มีจิตดำริที่จะสร้างพระเครื่องเพื่อมอบให้เป็นสมบัติในยุคครองราชย์ของ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร. 5)  ตกคืนนั้นราว ๆ ตี
ท่านได้นิมิต (ฝัน) ว่าท่านได้ตื่นมาพบ ชายหนุ่มรูปงามแต่งชุดนุ่งขาวห่มขาว มายืนอยู่ที่หัวนอนของท่าน เป็นหนุ่มรูปลักษณ์งดงามมาก จากการ
กำหนดจิตของท่านก็ทราบว่า หนุ่มรูปงามนี้ไม่ใช่มนุษย์อย่างเราแน่ 
สมเด็จ (โต)  จึงถามไปว่า  ท่านมาในสถานที่แห่งนี้มีสิ่งใดที่อาตมาปฏิบัติผิดพลาดในหลัก
พระพุทธศาสนาและขอให้ท่านจงประสาทประทานการสอนให้อาตมาแจ่มแจ้งใน
พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเถิด  ชายหนุ่มรูปงามจึงตอบว่า  วิธีปฏิบัติดำเนินงานของสมเด็จ (โต)  คล้ายองค์สมณะโคดม (พระพุทธเจ้า) อยู่แล้ว แต่เรื่องคิดจะสร้างพระเครื่องนั้นต้องดี ถ้าเชื่อเรื่องวิญญาณ ก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎของโลกวิญญาณ โดยในการปลุกเสกก็ต้องถูกต้อง
ตามวิธีการด้วย  สมเด็จ (โต)  จึงได้ร้องขอให้หนุ่มรูปงามตักเตือนสอนสั่งท่านด้วย  ดังนั้นหนุ่มรูปงามจึงได้สอนเรื่องทิศทางอันเป็นมงคลในการวางรูป
เทียน ดอกไม้ เทียนชัย ตาม เทวบัญญัติ หรือ พรหมบัญญัติ”  อันเป็นกฎระเบียบหลักแห่งโลกวิญญาณ เมื่อทราบดังนั้นแล้ว สมเด็จ (โต)  ได้สอบถาม
นามของหนุ่มรูปนั้น ซึ่งก็ได้ความว่า หนุ่มรูปงามนั้นเป็นลูกศิษย์ขององค์พระโมคคัลลานะ  และได้สำเร็จอรหันต์เมื่ออายุแค่ 7 ขวบแต่กลัวที่จะต้องโตขึ้นมาแล้วต้องแต่งงานเสียพรหมจารีย์ จึงละทิ้งสังขารก่อนอายุขัย จึงต้องมาอยู่ในแดนพรหมโลก ไม่อาจสู่แดนอรหันต์ได้ และนามของท่านคือ ชินนะบัญจะระ”  สมเด็จ (โต) ต่อมาได้ประกอบพิธีทำเครื่องรางของขลัง ปลุกเสกพระเครื่อง ก็จะระลึกถึงท่านท้าวมหาพรหมชินนะบัญจะระ”  ท่านก็จะปรากฏร่างลงมาช่วย ทำให้การปลุกเสกมีความศักดิ์สิทธิ์มาก  

          ต่อมา สมเด็จ (โต) ได้นำคาถาจากคัมภีร์เก่าที่พบที่กรุวัดกำแพงเพชร ซึ่งเขียนด้วยภาษาสิงหลมาแปล ซึ่งจับใจความว่า มีชื่อของพระอรหันต์แปดสิบองค์
                  
เพื่อให้ง่ายในการสวด สมเด็จ (โต) จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมแปลขึ้นมาใหม่ และเรียกบทพระคาถานี้ว่าคาถาชินบัญชร”  อันเป็นชื่อของท่าน
ท้าวมหาพรหมชินนะบัญจะระ”  เพื่อเป็นการเทิดทูนท่านท้าวนั่นเอง และพระคาถานี้ก็ได้นำมาเป็นบทสวดในการทำการปลุกเสก สมเด็จอิทธิเจ” 

 อนุภาพอันศักดิ์สิทธิ์ของพระคาถาชินบัญชร

       
ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมีอิริยาบถตั้งแต่ตื่นนอนมา
ก็ภาวนาได้ เช่น อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว
กิน เดินทาง  ช่วงว่างขณะทำงาน  กลับบ้าน  เดิน นั่ง  จนถึงเวลานอน เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ
แล้วระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จะทำให้เกิดอานุภาพดังนี้  

  1. แคล้วคลาด ปลอดภัย จากอุบัติเหตุ อันตรายใด ๆ
  2. มีเสน่ห์ เมตตามหานิยม แต่ผู้พบเห็น
  3. หากภาวนาประจำ ภูตผีปีศาจ จะไม่กล้ากร่ำกราย  หากถูกคุณไสย หรือลมเพลมพัด สิ่งนั้นจะไม่สามารถเข้าตัวเราได้
  4. หากภาวนาจนหลับ จะนอนหลับสบาย ตื่นมาร่างกายจะปลอดโปร่งโล่ง  จิตใจแจ่มใส
  5. หากภาวนาเป็นประจำ อาจเป็นผู้ที่มีญาณพิเศษ รู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้
  6. ผู้ที่มีญาณพิเศษแล้ว อาจทำน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต  ขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี หรือทำน้ำมนต์รักษาโรคให้หายได้
  7. บางท่านบนบานขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอเรื่องต่าง ๆ  โดยจะทำการสวดพระคาถา
    เป็นประจำหลาย ๆ เที่ยว หรือ เรื่อย ๆ  ไป ตามที่จะบนบานขอ 
    ซึ่งก็ใช้ได้ผล
  8. เด็กนักเรียน สวดภาวนาเป็นประจำ จะทำให้เรียนเก่ง ความจำดี
  9. ขณะประกอบอาชีพสาขาต่าง ๆ  เช่น เกษตรกรรม  พ่อค้าแม่ขาย รับจ้าง  จะทำให้เจริญก้าวหน้าในอาชีพยิ่งขึ้น ค้าขายดี  เพาะปลูกได้ดี  ทำงานได้ดี
  10. กุศลผลบุญจากการสวดพระคาถา และได้แผ่ให้กับสรรพสิ่ง ญาติมิตร เจ้ากรรมนายเวร  จะได้รับและลดวิบากกรรมของตนเองได้
  11. หากสวด 9 จบ และอธิษฐานขอสิ่งใดจะสำเร็จสมปรารถนา ฯลฯ

คาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์   (โต พรหมรังสี)  

แบบภาษาบาลี


แปลภาษาไทยก็มี.....จร้า   



ก่อนเจริญภาวนาให้ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

   .....ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ.............

    ๑.  ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เยปิวิงสุ นะราสะภา
๒.  ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา  
๓.  สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร  
๔.  หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะวามะเก
๕.  ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเล     
๖.  เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว                
๗.  กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเนนิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร       
๘.ปุณโณ อังคุลิมาโลจะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ตีละกา มะมะ             
๙.  เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา     เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา         
ชะลันตา สีล เตเชนะ   อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
๑๐.  ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง     
๑๑.  ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา  
๑๒.  ชินะ นานา วะระสังยุตตา สัตตะปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
๑๓.  อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะ โต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
๑๔.  ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพเต มะหาปุริสาสะภา
๑๕.   อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข   ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ   สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต   จะรามิ  ชินะปัญชะเรติ  

คำแปลพระคาถา  

คำแปลพระคาถาชินบัญชร   

๑. พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว
เสวยอมตรสคือ อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ
เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์
๒.มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นอาทิ พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น
๓.ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า   องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะพระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก
๔.พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญา
โกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง
๕.พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย
๖.มุนีผู้ประเสริฐคือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
๗.พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ   มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ
๘.พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก
๙.ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรส เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้า
ผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
๑๐.พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง
๑๑.พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร  เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
๑๒.อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานา
ชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
๑๓.ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ   เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ
๑๔.ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล
๑๕.ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้ง
ปวงด้วยอานุภาพ
แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ
 

    จุดประสงค์การสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง

   1. เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย

    2.เพื่อยับยั้งเตือนสติในเรื่องบาปบุญคุณโทษ

    3.เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ผู้ใช้ และครอบครัว

    ข้อสังเกตุสมเด็จวัดระฆัง  14  ข้อ

    ข้อ 1. พิมพ์ทรงจะสวยงามเรียบร้อยชัดเจน

    ข้อ 2. องค์พระแม่พิมพ์จะสง่างามนั่งสมาธิผึ่งผาย

    ข้อ 3. พื้นผิวจะเรียบส่องดูจะมีรอยย่น

   ข้อ 4.เส้นซุ้มจะหนาใหญ่รูประฆังคว่ำ เหมือนหวายผ่าซีก  หรือเส้นขนมจีน ยกเว้นเส้นซุ้มจะม้วนขอบเพราะเนื้อมวลสารหดตัว  หรือยุบตัวทำให้ดูเหมือนว่าจะบาง และดูหนา และแข็งแรง

   ข้อ 5.ฐานชุกชี 3 ชั้น บางพิมพ์จะมีเส้นแซม 2-3 เส้น

   ข้อ 6. มีรอยตบแต่งขอบ และปาดหลังด้วยของมีคม

  ข้อ 7. พระจะมีรอยกาบหมาก,รอยสังขยา,รอยกระดาน,รอบขั้นบันได,รอยหนอนด้น,รอยปูไต่, รอยตีนปู,รอยหลุมโลกพระจันทน์ หรือรอยบ่อน้ำตา

  ข้อ 8. ขอบพระจะเป็นร่อง,เป็นหลุม มองเห็นเม็ดมวลสาร ขอบจะสูง ตรงกลางจะยุบลง และมีรอยโหว่

   ข้อ 9. เนื้อพระมีเม็ดมวลสารมาก เป็นเม็ด เป็นก้อน

   ข้อ 10. ผิว และเนื้อพระจะเป็นมันในตัว

   ข้อ 11. ผิวพระฝีมือช่างหลวงจะไม่แตก  ยกเว้น ชุบ หรือเคลือบแป้งเปียกสารยึดเนื้อพระ เนื้อพระจะเหี่ยวย่น  หลังพระจะขรุขระ

    ข้อ 12. เนื้อพระจะแห้งแห้งสนิท จะเห็นคราบแป้งโรยพิมพ์สีขาวฝังในเนื้อพระด้านหน้าป้องกันแบบพิมพ์ติดองค์พระ

   ข้อ 13. ลงรัก หรือทองจะรอกร่อนแล้ว

   ข้อ 14. เนื้อพระ 12 เนื้อ  เนื้อนิยม 2 เนื้อ คือหินเปลือกหอยสุก และหินเปลือกหอยดิบ  แบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆคือ

    ชนิดที่ 1 เนื้อละเอียด เนื้อแน่น เราเรียกว่า พระเนื้อหนึกนุ่ม

     (cofee1) 2009520_33849.jpg    (cofee1) 2009520_33891.jpg

    ชนิดที่ 2 เนื้อหยาบมีมวลสารมาก เม็ดโต ๆ เราเรียกว่า เนื้อกระยาสารต หรือเนื้อตุ๊บตั๊บ (ต่างกับเนื้อนายแฉล้ม  ตรงพิมพ์ทรงจะสวยงามกว่ามาก  ๆ )

   

(cofee4) 2009620_31389.jpg    (cofee4) 2009620_31467.jpg

 

    ชนิดที่ 3 เนื้อแก่น้ำมันผงเทียนชัย,แก่น้ำอ้อยเคี่ยว  ดูเหนียวฉ่ำ เรียกกันว่า เนื้อขนมเข่ง

(ดูรูป - คำศัพท์เซียน  "เนื้อเทียนชัย" ต่อไป )

      เนื้อพระสมเด็จวัดระฆังมี 12 เนื้อคือคือเนื้อดิน,เนื้อตะกั่ว,เนื้อว่านมงคล,เนื้อกล้วยเนื้อขนุนเปื่อย,เนื้อกระยาหาร,เนื้อดินสอพอง,เนื้อข้าวหอม,เนื้อผงใบลาน,เนื้อเทียนชัย,เนื้อผงน้ำมัน,เนื้อหินเปลือกหอยดิบ,เนื้อหินเปลือกหอยสุก


2009-05-18 -  วันนี้เสนอคำว่า"เนื้อเทียนชัย" หรือ"เนื้อขนมเข่ง"

     (pd9) 2009517_86246.jpg    (pd9) 2009517_86309.jpg

      เนื้อเทียนชัยหรือเนื้อขนมเข่งหมายถึง หนึ่งใน 12 เนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง ทำจากเทียนที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ใช้จุดกระทำพิธีปลุกเสกพระเอาฤกษ์เอาชัย   เทียน และน้ำตาเทียนที่เหลือท่านจะเอามาป่นเป็นเนื้อพระ วรรณะจะออกเป็นผิวเหลืองมัน ๆ ใส ๆคล้ายขนมเข่งจึงเรียกเนื้อขนมเข่ง..อีกชื่อ


2009-05-19  วันนี้เสนอคำว่า "แซมเต็ม"

 

     (pd91) 2009518_74860.jpg        (pd91) 2009518_75320.jpg

      เส้นแซม  หมายถึง เส้นที่เกิดขึ้นระหว่างฐานชุกชีจำนวน  2 เส้น เส้นแซมนั้นบทเรียนที่ผ่านมาที่เกิดขึ้นสำหรับพิมพ์ทรงบางพิมพ์ทรง ของสมเด็จวัดระฆัง เช่นพิมพ์ใหญ่พระประธาน,พิมพ์ฐานแซม,พิมพ์เกศบัวตูม,พิมพ์ปรกโพธิ์  เป็นต้น

         ส่วนคำว่าแซมเต็ม และแซมขาดนั้น เป็นคำศัพท์ที่เซียนใช้เรียก พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตูมเท่านั้น เพราะ

      พิมพ์เกศบัวตูมจะเกิดปรากฎการ 2 ลักษณะ  ของ 2 แบบพิมพ์ คือ

     แบบพิมพ์ที่  1  แบบพิมพ์จะมีเส้นแซม  2  เส้นเต็มใหญ่  เรียก "แซมเต็ม"

     แบบพิมพ์ที่  2 แบบพิมพ์จะมีเส้นแซม  2 เส้นขาดบางเรียก "แซมขาด"


2009-05-20   วันนี้เสนอคำว่า "ฐานชุกชี ชั้นที่ 1 ยุบตัวเล็กน้อย"

  ฐานชุกชี  หมายถึง  ฐานรององค์สมเด็จวัดระฆัง  หรือเรียกว่าฐานชุกชี มี  3-9 ชั้น

แต่พิมพ์นิยมเพียง  3 ชั้น

      (pd91) 2009519_74914.jpg    (pd91) 2009519_74791.jpg

ฐานชั้นที่ 1 ยุบตัวเล็กน้อย หมายถึงฐานชุกชีชั้นที่  1 ของสมเด็จวัดระฆัง ทุกพิมพ์ทรง โดยเฉพาะพิมพ์ใหญ่ทุกแบบ เจตนากำหนดให้ฐานดังกล่าวยุบตัวเล็กน้อย แต่มีนักนิยมพระเครื่องสังเกตุว่า น่าจะเป็นการยุบตัวของมวลสาร ...เอ   ทำไมถึงเกิดขึ้นเกือบทุกองค์..

              ข้าพเจ้าเห็นว่า  นี้คือมาตราฐาน และความระเอียด ของช่างหลวงในวัง.ทุกอย่างต้องเป็นแบบเดียวกัน แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย แบบทุกแบบก่อนออกมาเป็นบล๊อกพิมพ์ต้องเนี๊ยบ..และพิจารณากันหลายรอบ .

         ที่สำคัญเป็นแบบพิมพ์ที่ต้องสร้างถวายพุฒาจารย์องค์ที่  5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์....นามสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี . ต้องให้สมาชิกช่วยพิจารณา


2009-05-21  วันนี้เสนอคำว่า  "ตัวกินพระ"

    (cofee1) 2009520_73682.jpg   (cofee1) 2009520_73682.jpg  (cofee1) 2009520_73682.jpg   (cofee1) 2009520_73682.jpg  (cofee1) 2009520_73682.jpg

           ตัวกินพระ  หมายถึง สัตว์ชนิดหนึ่ง ลักษณะคล้ายปลวกอ่อน สีขาว แต่เล็กกว่ามาก  (ใหญ่กว่าตัวไรนิดหน่อย )อาศัย และเดินอยู่บนพื้นผิวพระสมเด็จคอยเกาะกินมวลสารพระที่เป็นอินทรีย์สารทำให้พระเกิดเป็นรอย เป็นรูเข็มที่ผิวพระ   ถ้าพระสมเด็จวัดระฆังองค์ใดมีตัวกินพระเดินอยู่  ให้สันนิฐานไว้ก่อนว่า เป็นพระสมเด็จวัดระฆังของแท้

        ซึ่งเซียนพระบางคน  เรียก "ศิษย์หลวงปู่โต"

         ทาง web ได้เห็นตัวกินพระแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ตัวกินพระมีชีวิต และสืบสายพันธุ์อยู่ได้อย่างไร ในเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง ซึ่งมีอายุนานนับร้อย ๆ ปี สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้เสมอกับสมเด็จวัดระฆัง

2009-05-22  - วันนี้เสนอคำว่า "พื้นที่ภายในซุ้มครอบแก้ว"

           (cofee1) 2009521_78073.jpg      (cofee1) 2009521_74008.jpg

        ส่วนที่  1 พื้นที่ภายในซุ้มครอบแก้ว หมายถึง พื้นที่ที่เป็นส่วนขององค์พระประดิษฐานตั้งอยู่ แบบพิมพ์ของหลวงวิจารย์เจียรนัย (เฮง) ทุกพิมพ์ทรงได้กำหนดให้พื้นที่ภายในซุ้มครอบแก้วต่ำกว่าพื้นที่ภายนอก  สมาชิกดูพระของท่านซิว่า  ใช่หรือไม่น้า...

     (cofee2) 2009522_25176.jpg     (cofee2) 2009522_25340.jpg

   ส่วนที่ 2 พื้นที่ภายในซุ้มครอบแก้วระหว่างฐานที่ 2  และฐานที่ 3  จะเสมอ และเป็นมิติเดียวกันกับพื้นที่ภายในครอบแก้วส่วนอื่น ๆ ด้วย

    ข้อยกเว้น - พิมพ์อื่น ๆ ที่มีฐานแซม

2009-05-23 - วันนี้เสนอคำว่า "แบบพิมพ์ทรง 3 มิติ " หรือ 3 ระดับ

     (cofee2) 2009522_76806.jpg     (cofee2) 2009522_76871.jpg

     แบบพิมพ์ทรง 3 มิติ หรือ 3 ระดับหมายถึง  แบบพิมพ์ของพระสมเด็จวัดระฆัง จะเป็นแบบต่างระดับ 3 ชั้น กล่าวคือ

ชั้นที่ 1 หรือมิติที่ 1 คือชั้นที่สูงที่สุดของแบบพิมพ์  หมายถึงองค์พระ และเส้นซุ้มครอบแก้ว

ชั้นที 2  หรือมิติที่  2 คือชั้นต่างระดับลงมาอีก 1 ชั้นหมายถึงระดับภายนอกซุ้มครอบแก้ว

ชั้นที่ 3 หรือ ชั้นสุดท้ายของมิติ คือพื้นที่ที่ปรากฎเป็นระดับภายในซุ้มครอบแก้ว

    ความเห็นของผู้เขียน - เห็นองค์พระเป็น 5 มิติ   (อยากเป็นเซียนบ้าง....)

ชั้นที่ 1 หรือมิติที่ 1 คือส่วนที่สูงที่สุด คือส่วนองค์พระ

ชั้นที่ 2 หรือมิติที่ 2 คือ ส่วนของซุ้มครอบแก้ว ระดับต่ำกว่าองค์พระ

ชั้นที่ 3 หรือมิติที่ 3 คือส่วนที่อยู่นอกซุ้มครอบแก้วระดับจะต่ำกว่าซุ้มครอบแก้ว

ชั้นที่ 4 หรือมิติที่ 4 คือส่วนที่เป็นพื้นที่ภายในซุ้มครอบแก้ว

ชั้นที่ 5 หรือมิติที่ 5 คือส่วนที่เป็นพื้นที่ใต้พระกัจฉะหรือซอกรักแร้นั้นเองที่เป็นพื้นที่ต่ำที่สุด

     สังเกตุอาทิตยที่ 5   2009-05-23" อยากจะเล่าเรื่องพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ปรกโพธิ์"


       (cofee2) 2009522_84601.jpg      (cofee2) 2009522_84687.jpg


      พิมพ์ปรกโพธิ์ มีความหมายถึงพระพุทธเเจ้าตรัสรู้ .

     ประวัติการสร้าง

      พิมพ์ปรกโพธิ์  ข้างละ 7ใบ 8 ใบ นี้ ถือว่ายังพอหาได้และจัดเป็นพิมพ์นิยม สร้างขึ้นเฉพาะตอนฉลองอายุของสมเด็จพุฒาจารย์(โต) สร้างเท่าอายุ คือ

      อายุย่าง  60 สร้างฉลองแซยิด  60 องค์เท่านั้นเป็นพิมพ์ ปรกโพธิ์ข้างละ 6 ใบ 

     ,อายุย่าง  70 สร้าง 70 องค์ เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ 7 ใบ,

     อายุย่าง 80 สร้าง 80 องค์เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ 8 ใบ

       รวมพระพิมพ์ปรกโพธิ์มี 210 องค์ถือว่าน้อยมาก คนหวงแหนกันมากมีเก็บหมด แทบจะไม่ได้เห็นกันเลย

     พิมพ์ปรกโพธิ์ที่ปรากฎนอกจากมีใบโพธิ์ข้างละ  7  ใบ 8  ใบ ยังพบมีข้างละ 5 ใบ,6 ใบ และพิมพ์ปรกโพธิ์ 8 ใบเลื้อย ปีปรากฎอยู่บ้าง

      สำหรับพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ  5 ใบ 6 ใบ ดังกล่าวฉลองครบรอบตามอายุ สมเด็จ(โต ) ดังกล่าวต่อไปนี้ และสร้างเท่าอายุ เช่นกัน คือ

    อายุ 39 ปี จัดสร้าง 39 องค์

   อายุ 48 ปี จัดสร้าง 48 องค์

  อายุ 56 ปี  จัดสร้าง 56 องค์

 อายุ 68 ปี  จัดสร้าง 68 องค์

 อายุ 77 ปี  จัดสร้าง 77 องค์

   ส่วน พิมพ์ปรกโพธิ์ 8 ใบเลื้อย สร้างตอนอายุครบ 82 ปี จำนวน 82 องค์

         ความเห็นของ  อ.นก  จากหลักฐานที่ปรากฎ..สมาชิกเห็ต่างได้นะจร้า 

พระสมเด็จวัดระฆังองค์นี้พิมพ์ปรกโพธิ์ ..นั่งขัดสมาธิเพชร.นับโพธิ์ได้ 7 ใบ  บางคนก็นับได้ 8 ใบ.เอ้า..นับกันใหญ๋  ประวัติตามตำราเขาว่าสมเด็จโต..

      อายุย่าง  60 (พ.ศ. 2390) สร้างฉลองแซยิด  60 องค์เท่านั้นเป็นพิมพ์ ปรกโพธิ์ข้างละ 6 ใบ 

     ,อายุย่าง  70 (พ.ศ. 2400) สร้าง 70 องค์ เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ 7 ใบ,

 ว่ากันไป ...พระสมเด็จกรอบกระจกสร้างโดยหลวงวิจารย์..เจอสมเด็จโต..เมื่อไหร่น้า..“ตั้งแต่ ยังเป็นพระเทพกระวี จนเป็นพระพุฒาจารย์ พระยังไม่แล้ว” หลวงปู่โต ได้เลื่อนสมณศักดิ์ ขึ้นเป็น พระเทพกระวี ใน ปี พ.ศ.2397 และ ดำรงตำแหน่ง ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ในปี พ.ศ. 2407..

1.มีกรอบกระจกดังรูป...

2. อายุย่าง  60 (พ.ศ. 2390) สร้างฉลองแซยิด  60 องค์เท่านั้นเป็นพิมพ์ ปรกโพธิ์ข้างละ 6 ใบ

     อายุย่าง  70 (พ.ศ. 2400) สร้าง 70 องค์ เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ 7 ใบ,

     อายุ 80 ปี (พ.ศ. 2410) จะปรากฎหลักฐานเป็นเนื้อโกเดสร้าง 80 องค์ เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ 8 ใบ,

    ช่วงอายุสุดท้าย อายุ  81-85  ปี  ( พ.ศ.2411-พศ.2415)จะปรากฎหลักฐานเป็นเนื้อโกเด และพระสมเด็จรุ่นสุดท้าย พ.ศ.2415  ศิษย์สร้างถวาย  80  องค์เป็นพิมพ์ปรกโพธิ์ข้างละ 9 ใบ

 


2009-05-24 คำศัพท์เซียน วันนี้เสนอคำว่า "เกศปลี"

สมเด็จวัดระฆังพิมพ์เจดีย์

(cofee2) 2009523_73352.jpg      (cofee2) 2009523_73416.jpg

               พิมพ์เจดีย์                                   พิมพ์เจดีย์

    สมเด็จวัดระฆังพิมพ์เจดีย์ (เกศปลี)

(cofee2) 2009523_73474.jpg       (cofee2) 2009523_73544.jpg

             พิมพ์เจดีย์(เกศปลี)                                       พิมพ์เจดีย์(เกศปลี)

               เกศปลี  หมายถึง ลักษณะเกศรัศมี ของพิมพ์ทรงสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เจดีย์ และสมเด็จวัดเกศไชโย 7 ชั้น  พิมพ์ B จะมี เกศรัศมีลักษณะเหมือน ปลีกล้วย เซียนพระ  หรือนักนิยมพระเครื่อง จึงเรียก สมเด็จวัดระฆังพิมพ์นี้ว่า  "สมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศปลี "

         พิมพ์นี้จุดสังเกตุ- เกศรัศมีช่วงกลางจะคอดเป็นตุ่มและเหมือนปลีกล้วย ,รักแร้ด้านขวามีรอยจีวร,อกมีรอยสังฆาฎิ,เท้า หรือพระบาทซ้อนเป็นขัดสมาธิเพชร เห็นปลายพระบาท 2 ข้าง พิมพ์นี้นับว่าเป็นพิมพ์นิยมอีกพิมพ์หนึ่ง ซื้อขายในตลาดพระหลักล้าน

2009-05-25- วันนี้ขอหยุดเสนอคำศัพท์เซียน 1 วัน เมื่อวานนี้ (24 พฤษภาคม) นำพระเข้าประกวดงานอนุรักษ์พระสมเด็จ ที่ โรงแรมนิรันด์ แกรนด์ ...คนเป็นหนอนเลยครับ.ประมาณ..2,000 คน(จากบัตรจำหน่าย).งานนี้ใบส่งประกวด 500 บาท/องค์(ถูกกว่าให้เซียนสวด...700-1000 บาท) ตรวจแล้วพระไม่แท้..เปลี่ยนได้..ไม่มีเปลี่ยนคืนเงินได้...จบงานเหนื่อยจัง..ถ่ายรูปมาฝากสมาชิกด้วย.

           .พระส่งเข้าประกวด  5 องค์ ผ่านรับรองเป็นพระแท้ทุกองค์...ติดรางวัลที่ 3.. หนึ่งองค์ , ติดรางวัลที่  8 หนึ่งองค์  ใบรับรองพระแท้ประมาณ 1 เดือนจะนำมาอวดสมาชิกให้ดู...(จะติดภาพพระเข้าประกวด และงานประกวดให้ชมวันพรุ่งนี้ครับ). .แค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้วครับ..

..อย่าพลาด....(งานนี้เฉพาะสมาชิก..สมัครกันเร็ว ๆ นะครับ)

    (ประกาศ...ประกาศ..ได้มาแล้วครับ...พระสมเด็จ 1 องค์พร้อมกล่องพระแท้จากงานประกวด) .     

       แจกฟรี...สมเด็จวัดระฆัง..1 องค์ ที่ ที่ผ่านการเข้าประกวด พร้อมกับกล่องพระแท้จากงานประกวดจากดังกล่าว  ทาง web จะประกาศ และติดรูป ให้เฉพาะสมาชิกทราบในห้อง"ฝากข้อความถึงสมาชิก" สมาชิกสามารถติดตามเงื่อนไขง่าย ๆ ...โปรดติดตามตอนต่อไป

          พรุ่งนี้จะติดภาพบรรยากาศ และรูปถ่ายพระนานาชนิด..ขอโทษ และขอบคุณสมาชิกที่เป็นกำลังใจทุกท่านครับ...

2009-05-26  - คำศัพท์เซียนวันนี้เสนอคำว่า "งานประกวด และพระรางวัล"   วันนี้จะไม่พูดไม่บรรยาย 

   .....ให้ดูภาพงานประกวด และพระรางวัลเต็ม ๆ คลิ๊กเลย.....

2009-05-27-วันนี้คำศัพท์เซียนเสนอคำว่า "จุดซ่อนเร้น..พระบาทซ้ายนูน.."

    (cofee2) 2009526_79438.jpg   (cofee2) 2009526_80599.jpg

     จุดซ้อนเร้น..พระบาทซ้ายนูน..หมายถึง จุดซ้อนเร้น สำหรับสมเด็จวัดระฆัง เฉพาะพิมพ์ใหญ่..จะเห็นจุดซ่อนเร้นที่ปรากฎทุกองค์อีกหนึ่งอย่างคือ .."พระบาทซ้าย"..จะนูนเด่นเห็นชัดเจน..สมาชิกสังเกตุดูนะครับ..

2009-05-28- คำศัพท์เซียนวันนี้เสนอคำว่า"จุดซ่อนเร้น...พระกัจฉะด้านซ้ายองค์พระสูงกว่าด้านขวา"

    (cofee2) 2009527_82469.jpg   (cofee2) 2009527_82639.jpg


พระกัจฉะ คำศัพท์พระหมายถึง ซอกรักแร้  ๆ ของพระสมเด็จวัดระฆังเกือบทุกพิมพ์ทรงด้านซ้ายองค์พระจะสูง และลึกกว่ากว่าด้านขวาองค์พระ..เสมือนหนึ่งว่าการสร้างแบบพิมพ์พระเป็นเรื่องของมาตราฐานและความตั้งใจของช่างหลวง...การมองพิมพ์พระเป็นการมองแบบพระเอียงข้างนิดหน่อย...  สมาชิกสังเกตุดูด้วยนะจ๊ะ




2009-05-29-คำศัพท์เซียนวันนี้เสนอคำว่า"หน้าแข้งรูปสากตำข้าว"

(coffce3) 2009528_79792.jpg    (coffce3) 2009528_79887.jpg

        หน้าแข้งรูปสากตำข้าว หมายถึงลักษณะขา หรือหน้าแข้งของพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม เกศบัวตูม   ปรกโพธิ์  และพิมพ์เจดีย์ มีลักษณะเป็นการนั่งขัดสมาธิเพชรขาซ้าย และขวาไขว้กันทรงกลมมนทั้งสองข้างเหมือนสากตำข้าว

                                      อ่านต่อหน้ากาแฟ3 คลิ๊กเลย 

เมนูพิเศษ

กลับไปห้องกาแฟ..คลิ๊กเลย



      (pd9) 2009517_34492.jpg                                       อ่านต่อหน้า กาแฟ 3 คลิ๊กเลย..

-------------------------------------------------------------------------

Custom Search

---------------------------------------------------------------- -------------------------------------------------------------------



 
 
Online:  73
Visits:  9,842,146
Today:  1,947
PageView/Month:  374,076