พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 

                                                 ห้องยาผีบอก


2012-02-11..ยาผีบอก..โรคเกี่ยวมนุษย์ ๆ  เกี่ยวกับธาตุทั้ง  4  ..ดิน..น้ำ..ลม...ไฟ

ยา..คือ..สมุนไพร  หรือการปฎิบัติวิธีการต่าง ๆ  แล้วได้ผล 

ผีบอก.คือคนรุ่นเก่า หรือบรรพบุรุษได้ลองใช้ได้ผล  แล้วบอกต่อ

เชื่อลองทำดูไม่เชื่อก็ผ่านไป

เอา..ตำราที่  1  เรียก..โรคธาตุลม..ทางเดินหายใจ..

อ.นกเคยเป็นไซนัส..รุนแรงเกือบผ่าตัด....ปัจจุบันหายแล้ว..ไม่ต้องให้หมอแทงจมูก

อาการมากเกือบผ่าตัด...

น้ำมูกข้น..เรื้อรัง...ยาลดน้ำมูก   แก้อักเสบ..ทั้ง..4  ชม.และ 2 ชั่วโมงกินทุกชนิดหลายปี

นอนแอร์หนาว

เย็นน้ำค้างลงรูจมูกตัน

แพ้ทุกอย่าง..ฝุ่น...ขนหมา..เกสรดอกไม้..กลิ่นหนังสือ.จมูกตัน..น้ำมูกไหล

น้ำใส ๆ  เหม็นมาก..ออกจากจมูก

นอนไม่สบายรูจมูกตัน..

ใครเป็นหวัดอย่าเข้าใกล้..เชื่อโรคทุกชนิดกระโดดใส่ทันที.

อาการพวกนี้แรง..เบาอยู่ที่วาสนาใคร..ได้ร่างกายแข็งแรง

1.   โรคหวัด เมื่อเป็นจะมีอาการไอไม่หยุด ใช้น้ำเย็นต้มสุกแล้ว 1 ถ้วย ใส่เกลือ 1 ช้อนชา คนให้เกลือละลาย แล้วใช้บ้วนปากล้างคอ ทำเช่นนี้หลาย ๆ ครั้ง สามารถขจัดเสมหะในหลอดลมได้ อาการไอก็ทุเลา
 
2.   จมูกอักเสบ คัด น้ำมูกไหลไม่หยุด จมุกอักเสบเรื้อรัง ใช้น้ำเกลือเจือจางล้าง ใช้ขวดสะอาดใส่น้ำเกลือหยอดเข้าไปในรูจมูก เพราะเกลือมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแก้อักเสบ..

เอาเกลือละลายน้ำ...ล้างจมูก...ก็คงไม่สะอาด..มีโรงงานผลิตมาให้ใช้..ก็ใช้นะจร้า.ฆ่าเชื่อสะอาดเรียบร้อย..ให้ทางท่อเลือดได้เลย..ขวดละประมาณ  50  บาท.

ชนิดน้ำเกลือขายตามท้องตลาด..ครองตลาดมี 2   ยี่ฮ้อ

 

วิธีล้าง...

ก็ทำตามรูป....คำถามไม่ต้อง...เด็กในรูปยังกล้าเลย..อย่างกลัวจร้า..จมูก  กับปาก..ทางเดินร่วมกันจร้า....ร่างกายคน..ประกอบด้วยเกลือ..มีแต่ได้จร้า.

หมายเหตุ-   ไม่ต้องใส่เข็มนะจร้า...

 


3.   หากมีอาการคอแห้ง เสียงแหบ ให้ดื่มน้ำผสมเกลือเล็กน้อยจะรู้สึกชุ่มลำคอ

4.   เร่งให้อาเจียน กินอาหารมีพิษ ดื่มสุราเกินขนาด อาหารไม่ย่อย ท้องไส้ปั่นป่วน ควรดื่มน้ำเกลือเข้มข้น จะทำให้อาเจียนออกมา

 5.   เป็นโรคตาแดง มีอาการ บวมแดง ขี้ตามาก ใช้ผ้าขนหนูสะอาดห่อเกลือเล็กน้อย แช่ในน้ำอุ่นที่เดือดแล้ว ใช้ผ้าขนหนูเช็ดตา อาจมีอาการแสบบ้างก็ทนสักครู่ จะรู้สึกดีขึ้น

6.   รักษาฟัน ใช้เกลือสีฟัน ทำให้ฟันขาวแข็งแรง ป้องกันฟันผุ

7.   หากยุงกัดเป็นตุ่ม ใช้เกลือขยี้บริเวณที่โดนกัด สักครู่จะหายคัน ตุ่มจะยุบ

8.   ผิวหนังบวมคัน ใช้เกลือผสมน้ำแล้วทาบริเวณที่คัน จะเห็นผลทันตา

9.    ถ้ารู้สึกสมองไม่แจ่มใส ใช้เกลือผสมน้ำอุ่นแล้วใช้อาบ จะรู้สึกสบาย สมองปลอดโปร่งขี้น

แถม..น้ำเกลือรักษาสิว และแผลเรื้อรังได้อีกนะจร้า.

ปัจจุบัน..อาการไซนัสหายขาด

...ปัจจุบันหายแล้ว..ไม่ต้องให้หมอแทงจมูก

น้ำมูกข้น..เรื้อรัง...ยาลดน้ำมูก  ไม่ปรากฎอีกเลย..แม้จะหนาว..หรืออากาศเปลี่ยนแปลง

นอนแอร์เปิดเย็นสุด...ยังร้อน.

เย็นน้ำค้างลง..วิ่งตากฝนไม่เป็นหวัดมา  กว่า   5 ปี แล้ว

อาการแพ้ทุกอย่าง..ฝุ่น...ขนหมา..เกสรดอกไม้..กลิ่นหนังสือ..ไม่มีแล้วจร้า

น้ำใส ๆ  เหม็นมาก..ออกจากจมูก...หายเกลี้ยง..

นอนสบายรูจมูก...ลมออก  2 รูไม่ต้องนอนตะแคงเลย.

ใครเป็นหวัดไอใส่หน้า  ยังไม่มีอาการหวัดเลย..

เอา..ตำราที่  2  เรียก..โรคธาตุดิน.  ธาตุน้ำ...ทางเดินอาหาร...ถ่ายไม่ออก.

ใครถ่ายไม่ออก...ท้องเสีย...แก็สแน่นจุกลิ้นปี่..นอนไม่หลับ...ฟังทางนี้


        หนึ่งในคำแนะนำเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี  คือ การดื่มน้ำบริสุทธิ์ วันละ 8 แก้ว (แก้วที่ว่ามีขนาดเท่ากับ 8 ออนซ์ โดยที่ 1 ลิตรเท่ากับ 33.6 ออนซ์ หรือประมาณ 4 แก้วนั่นเอง) จะทำให้เราเป็นคนสุขภาพดี ซึ่งไม่นับรวมไปถึงการดื่มกาแฟ น้ำชา น้ำอัดลม เบียร์หรือน้ำผลไม้ต่างๆ

  แล้วเราต้องการดื่มน้ำวันละมากถึง 8 แก้วต่อวันจริงหรือ?

       จากการศึกษาของ ศ. ไฮซ์ วาลติน ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไตแห่งวิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยดาร์ดเมาท์ ได้ให้คำตอบต่อคำถามนี้ว่า ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ่วในไต หรือผู้ที่กำลังจะเป็นโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ 

      การต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้วนั้นเริ่มมาจากในปี ค.ศ. 1945 Food and Nutrition Board ของสหรัฐ ได้แนะนำให้ประชาชนดื่มน้ำ 1 มิลลิลิตรต่ออาหาร 1 แคลอรี เมื่อคำนวณโดยประมาณการว่าใน 1 วันมนุษย์จะกินอาหารประมาณ 1,900 แคลอรี ก็จะได้น้ำที่ต้องดื่มประมาณ 1,900 มิลลิลิตร หรือประมาณ 2 ลิตร เทียบเท่ากับ 8 แก้วนั่นเอง

           ทั้งนี้ นักโภชนาการคำนวณเกินความจำเป็น เพราะไม่ได้นับรวมน้ำที่ มีอยู่ในอาหารที่รับประทานเข้าไปด้วย จากการประชุมครั้งล่าสุดของ Food and Nutrition Board ในปี ค.ศ. 2004 สรุปได้ว่าปัจจุบันประชากรหญิงดื่มน้ำประมาณ 11 แก้วต่อวัน และประชากรชายดื่มน้ำ 15 แก้วต่อวันเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่จะได้รับน้ำจากการกินผัก ผลไม้ น้ำผลไม้ ชา กาแฟ

       อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำมากๆ นั้น ก็มีประโยชน์กับไตโดยตรง คือ ทำให้ไตไม่ต้องทำงานหนักและทำให้ของเสียในไตออกมาได้ง่ายไม่ตกตะกอนกลายเป็นนิ่ว

       อ.นก..อาการแก๊สจุกอก..กรดไหลย้อน...ท้องผูก....ท้องเสีย.หายขาด...ปฎิบัติโดยตื่นนอนกินน้ำ  1  ขวด..ครึ่งขวดลิตร.ก่อนแปรงฟัน..ไม่ต้องกลัวสกปรกหรอกจร้า..อมทั้งคืนไม่ยี้..ดื่มน้ำเช้าทำหยะแหยง.....

เอา..ตำราที่  3  เรียก..โรคธาตุไฟ....ใจร้อน...ขี้โมโห...ความดันสูง.เกิดจากอะไร...ทำไงหาย...

 

ตื่นตี  3 - 5   ท่องพระคาถา  2  บท..ชินบัญชร  และพาหุง..มหากา..อย่างนี้ต้องหาเอาเองจร้า..และออกกำลังกายเป็นประจำ...นะจร้า.. 

เอา..ตำราที่  4  เรียก.แถม....เบาหวาน..หรือไม่....ตับไม่สร้างอินซูลิน. หรือไม่..แต่แน่ ๆ..ไปดูโถส้วมทีไร...มีมดเดินไปมาเต็มไปหมด...น่าเป็นห่วงนะจร้า.. 

                                                              

วิตามินบีรวม เป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะ ต่างๆ วิตามินบีรวม เหมาะสำหรับการบำรุงสุขภาพของผิว ผม สายตา ตับ และยังมี ประโยชน์อย่างมากในการรักษาความผิดปกติของเส้นประสาท ความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวันทำให้ร่างกายต้องการวิตามิน บี มากยิ่งขึ้น

วิตามินบีรวม แบ่งได้ดังนี้

  • วิตามิน บี 1 มีความจำเป็นในการสร้างสารสื่อสัญญาณประสาท และมีความจำเป็นต่อสุขภาพของระบบประสาท อาการรู้สึกสับสนเป็นอาการของการขาดวิตามิน บี1
  • วิตามิน บี 2 ป้องกันการเกิดสิว และเป็นปัจจัยสำคัญของการหายใจระดับเซลล์ ช่วยในการมองเห็น ช่วยบำรุงผิวหนัง ผม และ เล็บ มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ ทารก
  • วิตามิน บี 5 เป็นสารที่พบอยู่ในเซลล์และมีความจำเป็นต่อปฏิกิริยาชีวเคมี ช่วยในการทำงานและการสร้างฮอร์โมนของต่อมหมวกไตในการบรรเทาอาการเครียด
  • วิตามิน บี 6 มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย การย่อยอาหาร การดูดซึมของไขมันและโปรตีน การสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกาย
  • วิตามิน บี 12 มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเซลล์ต่าง ๆ ป้องกันการถูกทำลายของเส้นประสาท ช่วยในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท
  • โฟลิก แอซิด ทำงานร่วมกับวิตามิน บี 12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง บรรเทาอาการหมดแรง หงุดหงิดง่าย ปวดศรีษะ อาการหลงลืม บรรเทาอาการทางประสาท
  • โคลีน ช่วยในการสร้างสารอะเซทิลโคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อสัญญาณประสาทที่สำคัญในสมองที่ใช้ในการเก็บความทรงจำ
  • ไอโนซิทอล ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ช่วยในการเสริมอาหารให้แก่สมอง และถ้าร่างกายขาดอีโนซิตอลจะก่อให้เกิดผลต่อร่างกาย กล่าวคือ ทำให้เกิดอาการตับแข็ง ตับทำงานไม่เต็มที่ หรือไม่ทำงาน เนื่องจากมีไขมันมาเกาะที่ตับมาก ท้องผูก เกิดความผิดปกติกับตา โรคหัวใจ คอเลสเตอรอลสูง ผนังเส้นโลหิตแดงแข็ง เปราะ แตกง่าย ผมร่วง ผื่นคัน และผิวหนังอักเสบ
  • ไบไอติน ช่วยในการสร้างพลังงาน การเจริญเติบโต และการสร้างกรดไขมันในร่างกาย

เหมาะสำหรับ : นักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการบำรุงสมองและระบบความจำ รวมถึงสุขภาพผิวด้วยเช่นกัน 

     ปัญหาเบาหวานเกิดจาก...เราเป็นผู้กระทำ...ทั้งกินอาหารที่เป็นพิษ...ทั้งดื่มสุรา..ทำลายตับทั้งนั้น   หรือจากรรมพันธุ์..โรคจากกรรม หรือจากกาย..เริ่มที่ไหนแก้ที่นั้น..ไปหาวิตามิน B  รวม..  มากินบำรุงตับกันหน่อย.ขวดละ  300  กว่า ๆ วิตามิน B  แบคมอร์จากธรรชาติแท้ ๆ...เขาบอกไม่มีสารเคมี....จากออสเตเรีย.ทำวิตามินโดยเฉพาะ  ก็ดีนะจร้า..เพราะกินแล้วได้ผลดีจึงบอกต่อ....เมื่อตับแข็งแรง..ก็จะทำงานตามปกติ..ให้เราได้ใช้กันต่อไป.  และเป็นวิตามินชนิดเดียวที่ไม่สะสมในร่างกายถ่ายออกทั้งปัสสาวะหมดเกลี้ยงเลย...นะจร้า....ปัจจุบันมดไม่มาตอมโถฉี่อีกแล้วละ..สมุนไพรไม่ห้ามนะจร้า...ตะบองเพชร..มะตูม..รากใบเตยต้ม.. และอื่น ๆ .ความเชื่อเป็นสิ่งยิ่งใหญ่นะจร้า.. แต่อย่าลืมออกกำลังกายนะจร้า........

 
แก้เบาหวานตำราที่   2

ถือคติ  3   ข้อ

1.หนามยอกเอาหนามบ่ง

2.อุเบกขา สันโดษ เดินสายกลาง พอเพียง ยุติธรรม
ตามความเห็นของข้า น่า จะเป็นเรื่องเดียวกัน นั่นคือสิ่งเหล่านี้จะปรากฏพร้อม ๆ กัน เช่น

เมื่อผู้คนรู้จักพอเพียง ไม่เอาจากสังคม/ธรรมชาติมากเกินควร ความยุติธรรมก็เกิด ทั้งต่อเพื่อนมนุษย์ และต่อธรรมชาติ สันโดษก็คือความไม่ละโมภ เมื่อไม่ละโมภ ก็บังเกิดความยุติธรรม
3. การทานผลไม้แต่พอดีทุกวัน...ผลไม้ให้ความหวานยิ่งดี....
       บ้านเราเป็น ประเทศที่มีผลไม้หลากหลายชนิดให้เลือกกินกันได้ไม่มีขาดตลอดทั้งปี แถมราคาก็ยังไม่แพง ได้ของสดๆ ตรงจากสวนจากไร่แทบไม่ต้องง้อผลไม้ แช่เย็นจากแดนไกล ( เว้นแต่ใครอยากกินผลไม้แปลกใหม่ไม่มีในเมืองไทยก็ไม่ว่ากัน) ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาชาวต่างชาติมากมายติดใจไม่น้อย เพราะที่บ้านเมืองเขาอาจซื้อหาผลไม้ มากินในราคาถูกแบบนี้ได้ไม่ง่ายนักคนส่วนใหญ่ทราบว่าเราควรกินผลไม้เพราะ จะได้คุณค่าสารอาหารทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน กรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นกำลังเสริมให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ผลไม้บางครั้งยังเป็นเหมือนยาบำบัดที่ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ เช่นในวันที่อากาศร้อนๆ หากได้ลิ้มรสแตงโมสักชิ้นก็ทำให้ฉ่ำชื่นใจคลายร้อนไปได้มาก หรือคุณอาจเคยได้ยินว่า กินกล้วยน้ำว้าแล้วจะทำให้คลายจากท้องผูก แถมยังทำให้อารมณ์ดี เพราะเชื่อว่าในกล้วยมีสาร Tryptophan เมื่อกินเข้าไปจะเปลี่ยนเป็น Serotonin ที่เป็นสารสร้างความสุขให้กับคนเรา แต่ก็เชื่อว่าหลายๆ คนยังมองการกินผลไม้เป็น เรื่องรอง มีก็กิน ไม่มีก็ไม่กิน หรือบางคนตั้งใจกินผลไม้แต่กินผิดเวลา คุณค่าที่ควรจะได้จากผลไม้ที่กินเข้าไปก็เลยลดลงอย่างน่าเสียดาย
               นอกจากให้สารอาหารต่างๆ แล้ว การกินผลไม้ แม้จะมีน้ำตาล คาร์โบไฮเดรต และแคลอรีสูง แต่ไม่ได้ทำให้เราอ้วนแบบการกินอาหารชนิดอื่นๆ โดยอ้างถึง ผลงานวิจัยของ ศ.จูดิท โรแดง จากมหาวิทยาลัยเยล ที่ได้แถลง ผลงานวิจัยของเธอในเดือน ต.ค.ปี 2526 เกี่ยวกับน้ำตาลในผลไม้มีผล ต่อการกินอาหารมื้อต่อไปได้ลดลง โดยทดลองให้คนดื่มน้ำหวานจากน้ำตาล ฟรุคโตสที่ได้จากผลไม้กลุ่มหนึ่ง เปรียบเทียบกับอีกกลุ่มที่ให้กินน้ำหวานจาก น้ำตาลซูโครส แล้วให้ทั้งสองกลุ่มกินอาหารมื้อต่อไป พบว่ากลุ่มที่กินน้ำตาล ผลไม้จะกินอาหารมื้อต่อไปได้น้อยกว่าอีกกลุ่มเฉลี่ยถึง 479 แคลอรี ขณะที่ ดร.วิลเลียม คาสเทลลี จากฮาร์วาร์ด และศูนย์ศึกษาโรคหัวใจฟรามิงแฮม (แมสซาชูเส็ท) พบว่าสารหลายชนิดที่พบในผลไม้มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของ การเกิดโรคหัวใจและหัวใจวายได้ โดยช่วยป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวหนาจนไป อุดตันในหลอดเลือด นอกจากนี้ร่างกายจะใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร จากผลไม้ไปใช้ในร่างกายเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น แถมยังใช้พลังงานสำหรับการย่อยน้อยมาก (โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น ส้ม องุ่น ในขณะที่หากเป็นกล้วย ทุเรียน อินทผลัม ซึ่งมีน้ำน้อย จะใช้เวลาย่อยนานขึ้น) ซึ่งต่างกับการกินอาหารชนิดอื่น เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ฯลฯ จะต้องใช้พลังงานในการย่อยอย่างสูง ใช้เวลานานตั้งแต่ชั่วโมงครึ่ง ถึง 4 ชั่วโมง หรือหากกินอาหาร หลายๆ อย่างพร้อมกัน เช่น เนื้อสัตว์ แป้ง ในปริมาณมากๆ อาจใช้เวลาย่อยนานถึง 8 ชั่วโมง ใช้พลังงานไปกับการย่อยเต็มที่ ผลก็คือ ทำให้เรารู้สึกเพลีย ง่วงเหงาหาวนอนหลังอาหารมื้อนั้น ซึ่งอาการนี้จะ ไม่เกิดเลยหลังจากที่เรากินผลไม้เข้าไป

เรื่องเล่าประสบการณ์
   กว่า  6   เดือน(มค พ.ศ.2555)  มาแล้ว..ที่ปรากฎว่า โถส้วม มีมดดำมาตอม..ถามหมอบอก   เบาหวานชัวร์...ให้ลดน้ำตาล..จึงกังวลมาก..จึงงดแป้ง   ผลไม้หวาน  น้ำผลไม้  ,น้ำตาล.  และทุกอย่างที่ปรากฎว่าหวาน.....มาทานผัก  และอาหารที่ไม่มีน้ำตาลแทน   และออกกำลังกาย..ลุกนั่ง  30  กล้ามท้อง    20  วิดพื้น  20  เชื่อไหมว่า.ทั้งโหย..ทั้งหิว..บ่อย..ปากแห้ง..หิวน้ำประจำ...มดยิ่งมากขึ้นทุกวัน...
    แต่เมื่อ 2  อาทิตย์ที่ผ่านมา..อดไม่ไหว..ซื้อลำไย..กับเงาะมากิน...เมื่อหยากหวาน..เท่านั้น..อย่าลืม..ทางสายกลางนะจร้า...อย่ามาก...แต่ทานทุกวัน..1  โล  (เงาะ  กับลำไย )..สะใจ..ประมาณ  5  วันหมด.....เอ....แปลกมดดำมันอพยพไปไหน..ไม่สนใจโถส้วม..เราแล้ว..หรือร่างกายแข็งแรงขึ้น....ตรวจน้ำตาลลดลง...เพราะอะไร..ทดลองดูได้นะจร้า...  

ตำราที่   5  

มาดื่มกาแฟกันเถอะ


กาแฟ  กับการป้องกัน  100  โรคร้าย...

            ประโยชน์ของกาแฟมีมากมายหลายอย่างด้วยกัน  ทั้งช่วยผ่อนคลายความเครียด  ช่วยบำบัดโรคบางชนิด นอกจากนี้กาแฟยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของตัวระงับความเจ็บปวด โดยเฉพาะประโยชน์ของกาแฟในการรักษาไมเกรน และกาแฟยังสามารถกำจัดโรคหืดในผู้ป่วยบางคนได้ด้วย คุณประโยชน์บางอย่างของกาแฟอาจส่งผลต่อเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น ตัวอย่างเช่น กาแฟได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดการฆ่าตัวตายในผู้หญิง และกาแฟยังช่วยป้องกันนิ่วและโรคถุงน้ำดีใน ผู้ชาย นอกจากนี้กาแฟยังช่วยลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานในทั้งสองเพศ และลดเพียงประมาณ 30% ในผู้หญิง แต่ลดมากกว่า 50% ในผู้ชาย กาแฟยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคตับแข็งและกาแฟยังป้องกันมะเร็งในปลายลำไส้ใหญ่และกระเพาะปัสสาวะ กาแฟสามารถความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในเซลล์ตับ ซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของมะเร็งตับ (Inoue, 2005) และสุดท้ายกาแฟช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจ ถึงแม้จะยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เป็นเพราะมันกำจัดไขมันในเส้นเลือด หรือเพราะว่ามันเป็นมีผลกระตุ้นกันแน่


        ยังมีข้อดีอื่น ๆ ของกาแฟที่เป็นเหตุผลให้คนส่วนใหญ่นิยมดื่มกาแฟ เช่น กาแฟช่วยเพิ่มความจำระยะสั้น (short term recall) และกาแฟช่วยเพิ่มไอคิว นอกจากนี้กาแฟยังช่วยเปลี่ยนระบบเมตาบอลิซึมให้มีสัดส่วนของลิพิดต่อคาร์โบไฮเดรตที่ถูกเผาผลาญสูงขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการล้ากล้ามเนื้อของนักกีฬา

        คุณประโยชน์เหล่านี้บางอย่างจะได้ผลเมื่อดื่มกาแฟ เพียงประมาณ 4 ถ้วยต่อวัน (24 ออนซ์) แต่บางอย่างก็ต้องดื่มถึง 6 ถ้วยหรือมากกว่านั้น (32 ออนซ์หรือมากกว่า)
กาแฟนอกจากจะให้ประโยชน์ด้านต่างๆแล้ว  แต่ก็ให้โทษกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด ซึ่งอาจต้องงดการดื่มกาแฟหรือดื่มให้น้อยลง

ประโยชน์ของกาแฟต่อร่างกาย
 
1.การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า กาแฟมีประโยชน์ในการป้องกัน โรคดังกล่าว
2.  การ ดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันโรคหอบ โรคนี้ คือ อาการ ภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปเมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้น จะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันที และคาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ
3. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ แต่ยังต้องวิจัยต่อไปว่า สารใดที่มีประโยชน์ดังกล่าว และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่ นอกจากแอลกอฮอล์
4. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้น โดยเฉพาะในคาเฟอีนมีกรดอะซิติก ที่ช่วยป้องกันโรค
5. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยขับไล่ความชรา ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้น จะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย
6. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยกาแฟลดอัตราคอเลส-เตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดแข็งตัว
7. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยละลายไขมัน กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้
8. กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่า คนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ จะมีไขมันชนิด (HDL) เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว
9. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยแก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด และยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้
10. การดื่มกาแฟเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น
11. ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่ม กาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีน ในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ

เพิ่มเติม

         จากการวิจัยทางการแพทย์สหรัฐฯ โดยดร.จี เวปสเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและคณะจากศูนย์   การแพทย์นครฮอนโนลูลู สหรัฐฯ พบว่าผู้ชายที่ไม่ดื่มกาแฟมีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคพาคิสันมากกว่าพวกที่ดื่มกาแฟ  มากกว่าวันละ 5 ถ้วย ถึง 5 เท่า ผลกระทบของคาเฟอีนต่อเส้นเลือดมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์ เพราะคาเฟอีนช่วย  ไปขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นเลือดแดง  บริเวณที่ศีรษะหดตัว ซึ่งช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ จากการศึกษาของนายแพทย์ วินเซนต์ ทูบิโอโล  แห่งศูนย์การแพทย์ยูซีแอลเออ-ฮาร์เบอร์ ได้ตั้งทฤษฎีใหม่ว่า การรับคาเฟอีนจำนวน 400 มิลลิกรัมต่อวัน  อาจช่วยลดอาการแพ้เกสรดอกไม้ได้


           จากรายงานการวิจัยในกลุ่มสตรีที่ดื่มกาแฟไม่เกิน 5 ถ้วยต่อวันพบว่า กาแฟไม่มีส่วนทำให้เป็นการเสี่ยงต่อการ   เป็นโรคของหัวใจมากขึ้น แม้ในรายที่มีปัญหาเส้นเลือดอุดตันหรือหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟทุกวัน 

         วันละหกถ้วยขึ้นไปก็ไม่มีอัตราหัวใจสูงกว่าปกติ และจากการสำรวจหลายครั้ง รวมทั้งการวิจัยโดยมหาวิทยาลัย  ฮาร์วาร์ดพบว่าผู้ดื่มกาแฟมีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมต่ำกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟ

          ส่วนการศึกษาของมหาวิทยาลัยบอสตัน  พบว่า คนไข้ที่ดื่มกาแฟอย่างน้องห้าถ้วยต่อวัน มีความเสี่ยงเป้นมะเร็งลำไส้ต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึงร้อยละ 40   

          กาแฟยังกลายเป็นข่าวดีสำหรับผู้ชายทั่วโลก เมื่อดร.ดาร์ซี โรแบร์โตลิมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชวิทยาของ  มหาวิทยาลัยริโอ เดอจาเนโร ในบราซิล เปิดเผยว่า ผู้ที่มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศอันเนื่องมาจากการดื่มสุรา  การเสพยา ภาวะซึมเศร้าและอายุขัย สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะในแต่ละวัน


  ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกาแฟ

        ถ้า จะถามว่าควรดื่มกาแฟวันละมากน้อยเท่าใด คงหามาตรฐานมาตอบไม่ได้ แต่ส่วนมากจะอยู่ที่วันละ 1-2 แก้ว ต้องดูตามความชอบ และสภาพร่างกายผู้ดื่ม โดยทั่วไป ดื่มให้อร่อยหรือพอใจ คงจะเหมาะสม แต่ก็ควรสังเกตลักษณะอื่นๆ โดยละเอียดดังนี้
       ดื่มกาแฟตอนเย็น ทำให้นอนไม่หลับไหม หลายคนเคยมีประสบการณ์มาบ้าง แต่กาแฟก็มีผลต่อร่างกาย แต่ละคนต่างกัน ถ้ากลัวว่าจะนอนไม่หลับ ให้ดื่มน้อยลง ทว่ากาแฟมีผลในการขับปัสสาวะ อาจทำให้ต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก รบกวนการนอนได้
         คนมีครรภ์ควรดื่มกาแฟไหม เป็นเพราะว่าคาเฟอีนในกาแฟ จะส่งผลต่ออวัยวะภายในของทารกที่ยังอ่อนแออยู่ จึงไม่ควรดื่ม
         เด็กเล็กไม่ควรดื่มกาแฟ โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 10 ขวบ
         หญิง ลูกอ่อน ที่คลอดลูกแล้ว 100 วัน และอยู่ในช่วงให้นมลูก ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะช่วง 100 วันนี้ ทารกต้องการน้ำนมบริสุทธิ์จากแม่ การดื่มอะไรเข้าไปจะส่งผลต่อทารกได้ จึงต้องระวัง
คนเป็นโรคกระเพาะควรงดดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีนจะกระตุ้น การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ จะยิ่งเพิ่มกรดในกระเพาะให้อักเสบมากขึ้น
           คน เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มกาแฟ เพราะคาเฟอีน มีบทบาทในการกระตุ้นหัวใจ ทำให้เลือดเพิ่มขึ้น ซึ่งกรณีนี้ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กวัยรุ่นถ้าดื่มกาแฟ แต่ถ้าเป็นคนชราที่มีโรคหัวใจอยู่ จะทำให้ประสิทธิภาพหัวใจดีเกินไป และหัวใจเสื่อมเร็ว จึงไม่ควรดื่มอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้นสูงควรหลีกเลี่ยง

ตำราที่   6 ..วันนี้ชวนเพื่อน ๆ  ดื่มเหล้า..วันละหน่อย.. 


          เดือนธันวาคมและ มกราคมนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและวันหยุดยาว หลายคนมีงานพบปะสังสรรค์ และในงานสิ่งที่เราพบเห็นเกือบทุกงานนั่นก็คือจะต้องมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เนื่องจากเชื่อว่าจะเพิ่มความสุขมากยิ่งขึ้น แต่การดื่มมากจนเกินไปก็มีผลเสียโดยเฉพาะอาจเกิดอุบัติเหตุหากเมาแล้วขับ เสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน หรือหากบางคนดื่มฉลองมากเป็นประจำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ในทางการแพทย์จัดว่าสุราทุกชนิดเป็นยาเสพติด เพราะมีฤทธิ์กดสมองส่วนกลาง ซึ่งก็เหมือนยานอนหลับหรือยากล่อมประสาท เมื่อกินหรือดื่มเข้าไปมากๆจะทำให้ติด

                   องค์การ อนามัยโลกบอกไว้ชัดเจนว่า สุราเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคได้ถึง 60 ชนิด เมื่อดื่มเข้าไปจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต และกระจายไปทุกส่วนของร่างกาย ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ถี่ขึ้น ความดันเลือดเพิ่มขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ แอลกอฮอล์ มีฤทธิ์ต่อสมองส่วนกลาง ไปกดสมอง ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองเฉพาะที่สังเกตได้จากเวลาเราหกล้มมีบาดแผลใช้ เมทิลแอลกอฮอล์ล้างทำความสะอาดจะรู้สึกแสบมาก ส่วนแอลกอฮอล์ที่ใช้ดื่ม คือเอทิลแอลกอฮอล์ ก็มีคุณสมบัติเหมือนกันคือระคายเคืองเฉพาะที่ ดังนั้น พอเราดื่มครั้งแรกจะรู้สึกบาดคอ เพราะมันทำให้เกิดการระคายเคืองที่คอ เมื่อดื่มไปนานๆก็จะผลต่อคอเช่นกัน

               เกิดอาการอักเสบของเยื่อบุชั้นในสุดของผนังหรือกระเพาะอาหาร หรืออาจทะลุลำไส้เล็กได้ นอกจากนั้นสุรายังเป็นอุปสรรคกับการดูดซึมอาหารบางชนิด เช่น วิตามิน B1, กรดโฟลิก, ไขมัน วิตามินบี 6, วิตามินบี 12 และกรดอะมิโนต่างๆ ทำให้เซลล์ของตับอ่อนระคายเคืองและบวมขึ้น สุรา ทำให้การไหลของน้ำย่อยไม่สามารถที่จะเข้าไปในลำไส้เล็กได้ทำให้น้ำย่อยย่อย ตัวตับอ่อนเอง เกิดเลือดออกอย่างเฉียบพลันและตับอ่อนอักเสบ พบว่า 1 ใน 5 จะเสียชีวิตไปในครั้งแรก เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับตับอ่อน การ สร้างอินซูลินขาดหายไป และทำให้เป็นเบาหวานในที่สุด ทุกครั้งที่ดื่มสุรานั้นเซลล์ของตับจะถูกทำลายเป็นผลให้ตับแข็ง พิษเรื้อรัง แอลกอฮอล์มีพิษโดยตรงต่อสมอง ทำให้เซลล์สมองเสื่อม ในผู้ติดสุราพบว่ามีการฝ่อลีบของสมอง ความจำเสื่อม เมื่อเป็นมากจะเกิดประสาทหลอน กดศูนย์หายใจและศูนย์ควบคุมการไหลเวียนของโลหิตในสมอง ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

                   อย่างไรก็ตาม ยังมีผลวิจัยมากมายที่ออกมาสนับสนุนว่าแอลกอฮอล์มีคุณประโยชน์ต่อหัวใจและระบบหลอดเลือดของทั้งชายและหญิง การดื่มอย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มระดับของโคเลสเตอรอลที่ดีที่เป็นตัวสำคัญช่วย ป้องกันภายในหลอดเลือดของเรา แต่ถ้าเราเป็นคนที่เคร่งครัดในการเลือกทานอาหาร ไม่กินของมันเกินไป ไม่กินของทอด พร้อมกับออกกำลังกายอยู่เสมอ การ มีแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดจะช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลตัวดีให้เพิ่มขึ้นถึง 20% นักวิจัยบอกว่าการดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอเหมาะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลตัวดี เพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับการวิ่งครึ่งมาราธอน (21 กม.) แต่อย่าเลิกวิ่งแล้วหันไปดื่มเพื่อสุขภาพแทน เพราะการวิ่งถึงอย่างไรก็มีประโยชน์มหาศาลมากกว่าการดื่มเหล้า

                    สำหรับสาวสูงวัยยังมีผลการศึกษาอีกด้วยว่า การดื่มจะทำให้สมองเฉียบแหลมไม่เซื่องซึม แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยดื่ม หลังจากอ่านบทความนี้แล้วอยากหันไปลองดื่มเพื่อสุขภาพบ้าง ขอแนะว่าไม่จำเป็นเลย คุณสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ด้วยการกินอาหารที่เน้นผักสด ผลไม้สดมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ และควบคุมน้ำหนัก

ดื่ม (ไม่มาก) ดีต่อสุขภาพ

                    ผลงานวิจัยออกมาพูดถึงด้านดีของการดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น แต่ก็มีกฎเหล็กที่ชัดเจนรับรู้กันทั่วไปว่าควรดื่มไม่ เกินวันละ 2 ดื่ม เราจึงจะได้ประโยชน์จาการดื่มครั้งนั้น ข้อกำหนดไม่ให้เกิน 2 ดื่ม ไม่ได้หมายถึง 2 แก้ว แต่จะมีข้อกำหนดดังนี้ 1 ดื่มเท่ากับไวน์ 150 ซี.ซี. หรือเบียร์ 1 ขวดเล็ก (330 ซี.ซี.) หากเป็นเหล้าก็ต้องไม่เกิน 45 ซี.ซี. และต้องไม่เกิน 1 ดื่ม ในสุภาพสตรี และ 2 ดื่มในสุภาพบุรุษ                     คนบางคนที่ไม่ควรดื่มอย่างยิ่งได้แก่ คนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว บางคนการดื่มทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และถ้าดื่มมากมายเกินกว่าเหมาะสม และผู้ที่ไม่ควรดื่มอย่างยิ่งแม้รู้ว่าแอลกอฮอล์จะมีประโยชน์ได้แก่ คนท้องหญิงที่ให้นมลูก คนที่กินยาอยู่ ผู้ที่มีปัญหาด้านตับหรือไต



.การดื่มกาแฟ   หรือสุรา..หากดื่มแต่พอเหมาะ...ไม่ใช่พอเมา....เห็นไหม...มีประโยชน์มากนะจร้า

        พระพุทธเจ้าท่านเห็นประโยขน์ของ  "เดินสายกลาง"  ทุุกอย่างในโลกล้วนมีประโยชน์
          อุเบกขา สันโดษ เดินสายกลาง พอเพียง ยุติธรรม
นั้นคือสิ่งเหล่านี้จะปรากฏพร้อม ๆ กัน เช่น เมื่อผู้คนรู้จักพอเพียง ไม่เอาจากสังคม/ธรรมชาติมากเกินควร ความยุติธรรมก็เกิด ทั้งต่อเพื่อนมนุษย์ และต่อธรรมชาติ สันโดษก็คือความไม่ละโมภ เมื่อไม่ละโมภ ก็บังเกิดความยุติธรรมการเดินสายกลาง ก็คือการยึดเอาความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่โอนเอียงไปทางใด ไม่เบาไป ไม่หนักไป เอาตรงที่มันสมดุลย์

        อุเบกขา ก็คือการวางใจให้เป็นกลาง ก็คือการเดินสายกลาง การมีใจที่ไม่ทุกข์ ไม่สุขเกินสำรวม อุเบกขา การเดินสายกลาง ไม่ใช่การอยู่เฉย ๆ เห็นปัญหาก็อยู่เฉย ๆ ปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปเรื่อย เหมือนเราเห็นไฟไหม้บ้าน ก็นั่งมองดูอยู่เฉย ๆ แล้วบอกว่าปล่อยวาง คนส่วนมากเข้าใจว่าปล่อยวาง ก็คืออยู่เฉย ๆ อันนี้คงไม่ใช่ เพราะถ้าพระพุทธเจ้าอยู่เฉย ๆ คงไม่ตรัสรู้แน่ ยิ่งไปกว่านั้นพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่เคลื่อนไหวอย่างแรงกล้าเกินกว่ามนุษย์ ปุถุชนจะมีหัวใจเสียสละได้เท่าพระองค์ การอยู่เฉย ๆ ไม่ใช่การปล่อยวางแน่ แต่อุเบกขา คือ การปล่อยวาง ปล่อยวางจาก ความทุกข์ ความสุข ในขณะที่ดำเนินการปฏิบัติหน้าที่อย่างยิ่งยวด

อุเบกขา ไม่ใช่การทิ้งปัญหาให้ลุกลามไปเรื่อย ๆ แต่อุเบกขาน่าจะหมายถึง การทำใจให้สงบ มีสติ และแก้ไขปัญหาไปด้วยปัญญา ทำอย่างเต็มที่ และสามารถทำใจได้ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาดีเยี่ยมหรือล้มเหลว
ตำราที่   7   นิ้วชา...หมอบอกว่า..ปลายประสาทอักเสบ...
ลองเอานิ้วนั้นแช่ในแก้วน้ำร้อนทุกวันนะจร้า....2   อาทิตย์จะดีขึ้นจร้า...
ถ้ามีอาการปัสวะบ่อย...ในเวลากลางคืน..ฉี่มีกลิ่นเหม็น..ปวดเมื่อยร่างกาย..ปากแห้ง...เป็นตระคริวบ่อย...ไปหาหมอได้เลยนะจร้า..เป็นเบาหวานแล้วจร้า
ตำราที่ 8 - ..มีเท่านี้ก็ดีแล้ว.การดำเนินชีวิตรู้จักปลงเสียบ้างนะจร้า...
ชีวิตถ้าไม่มีความพอดี...พอเพียง..จะเกิดทุกข์นะจร้า
ทุกคนเคยเกี่ยวข้องกับทุกข์ในใจ...จงใช้ปัญญาคิด..คิด..คิด..เถิด.....มีเท่านี้ก็ดีแล้ว..ได้อย่างนี้ก็ดีแล้ว..เสียไปเท่านี้ก็ดีแล้ว..อิ่มแค่นี้ก็ดีแล้ว..สุขแค่นี้ก็ดีแล้ว..ทุกข์แค่นี้ก็ดีแล้ว..ทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข..มีทางออก..มีทางไป..มีทางแก้ไข..ทุกอย่างในโลกไม่ได้เกิด..ไม่ได้มี...ไม่ได้พบ..ด้วยความบังเอิญ..บุญทำกรรมร่วมกันมาทั้งนั้น... 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะจร้า

 
 
Online:  18
Visits:  16,777,220
Today:  3,776
PageView/Month:  276,721