พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 



                                                  คราบไคร่ใบเสมา


2012-05-07- พุทธโอวาทก่อนปรินิพพานนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานแก่พระอานนท์ผู้เป็นพระอุปัฏฐากและพระภิกษุคราที่ ทรงปรงพระชนมายุสังขารออกเดินทางด้วยพระบาทเปล่าจากปาวาลเจดีย์ไปยังกรุงกุ สินาราสถานที่ปรินิพพานตลอดพระชนมชีพ

“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความตระหนี่ลาภเป็นความโง่เขลา เหมือนชาวนาที่ตระหนี่ไม่ยอมหว่านพันธุ์ข้าวลงในนาข้าวเปลือกที่หว่านลงแล้ว หนึ่งเมล็ดย่อมให้ผลหนึ่งรวงฉันใด ทานที่บุคคลทำแล้วก็ฉันนั้นย่อมมีผลมากผลไพศาล คนดีมีทรัพย์แล้วย่อมบำรุงมารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ให้เป็นสุขบำรุงสมณะพรหมาจารย์ให้เป็นสุข เปรียบเสมือนสระโบกขรณีอันอยู่ไม่ไกลจากบ้านหรือนิคม มีท่าลงเรียบร้อยสะอาดเยือกเย็น น่ารื่นรมย์ มหาชนย่อมได้อาศัย นำไปอาบดื่มและใช้สอยตามต้องการโภคทรัพย์ของคนดีย่อมเป็นดังนี้ หาอยู่โดยเปล่าประโยชน์ไม่ ”

“ การเสียสละนั้น คือการได้มาซึ่งผลอันเลิศในบั้นปลาย ผู้ไม่ยอมเสียสละอะไรย่อมไม่ได้อะไร จงดูเถิดมนุษย์ทั้งหลายรดน้ำต้นไม้ที่โคนแต่ต้นไม้นั้นย่อมให้ผลที่ปลาย ”

“ บุคคลไม่ควรประมาทว่าบุญหรือบาปเพียงเล็กน้อยจะไม่ให้ผลหยาดน้ำที่ไหลลงทีละ หยดยังทำให้แม่น้ำเต็มได้ฉันใด การสั่งสมบุญหรือบาปเพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้นผู้สั่งสมบุญย่อมเปี่ยมล้นไปด้วย บุญ ผู้สั่งสมบาปย่อมเพียบแปล้ไปด้วยบาป ”

 

      คราบใคร่ใบเสมา

     คราบใคร่ใบเสมาคือวัตถุอีกอย่างทีสมเด็จโตนำมาเป็นมวลสารอีกอย่าง..เพราะความมายที่ดี คือความชุ่มชื่นเย็นสบาย ความอุดมสมบูรณ์ อยู่เย็นเป็นสุข  และคุณสมบัติความเหนียวหนืบโดยธรรมชาติ  เมื่อผสมเป็นมวลสารแล้วเนื้อพระจะมีใยคราบตระไคร่เกาะผิวพระ  ทำให้พระมีความยืดเหนียวติดทนนาน  และอีกนัย ความหมายในทางพุทธศาสนากล่าวคือ


    เสมา หรือ สีมา ตามพจนานุกรมพุทธศาสน์  หมายถึง  เขตกำหนดความพร้อมเพรียงของสงฆ์  หรือ เขตชุมนุมของสงฆ์หรือเขตที่สงฆ์ตกลงไว้สำหรับภิกษุทั้งหลาย ที่อยู่ภายในเขตนั้นจะต้องทำสังฆกรรมร่วมกัน  สีมาแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ  พัทธสีมา  แปลว่า  แดนที่ผูก  ได้แก่   เขตที่สงฆ์กำหนดขึ้นเอง  และอพัทธสีมา แปลว่า แดนที่ไม่ได้ผูก  ได้แก่ เขตที่ทางราชการกำหนดไว้ หรือ เขตที่เกิดตามธรรมชาติเป็นเครื่องกำหนด  และสงฆ์ถือเอาตามเขตที่กำหนดนั้น  ไม่ได้ทำหรือผูกขึ้นใหม่  การที่ต้องมีสีมา เป็นเครื่องกำหนดเขตชุมชนของสงฆ์นี้  เนื่องจากพระพุทธเจ้าได้ทรงกำหนดให้ภิกษุต้องทำอุโบสถ ปวารณาและสังฆกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะการสวดปาฏิโมกข์ ซึ่งต้องสวดพร้อมกันเดือนละ 2 ครั้ง  ในวันขึ้น 15 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ โดยให้มีเขตที่มีเครื่องหมายเป็นที่ทราบกัน เขตนี้เรียกว่าสีมา  และสีมาตามพระวินัยต้องมีความบริบูรณ์ตามที่กำหนดจึงจะใช้ได้  หากไม่เป็นตามที่กำหนดถือว่าเป็นสีมาบัติใช้ไม่ได้  การทำสังฆกรรมต่างๆ ภายในสีมาบัติ ถือว่าเป็นโมฆะ    ข้อกำหนดของสีมาที่สมบรูณ์ คือต้องมีขนาดใหญ่พอที่พระสงฆ์ 21 รูป เข้าไปนั่งหัตถบาสได้ หัตถบาส  หมายถึง  ระยะห่างชั่วยื่นมือถึง  หมายถึงการที่พระภิกษุลงประชุมกันในโบสถ์เพื่อทำสังฆกรรม (พระภิกษุแต่ละองค์จะต้องนั่งห่างไม่เกิน 1 ชั่วแขน หากเกินกว่านั้น เรียกว่า เสียหัตถบาส)  และต้องไม่ใช้เขตที่กว้างเกิน 3 โยชน์ และในการกำหนดเขตสีมา ต้องกำหนดด้วยเครื่องหมายที่เรียกว่า นิมิต ที่พระพุทธเจ้ากำหนดไว้ 8 อย่าง  ได้แก่ ภูเขา ศิลา ป่าไม้  ต้นไม้  จอมปลวก ถนน (หนทาง) แม่น้ำ และน้ำ  การใช้นิมิตต่างๆ ดังกล่าว จะต้องมีตั้งแต่ 3 เขต หรือจุดกำหนดขึ้นไปจึงใช้เป็นเขตได้ และสามารถขีดเป็นแนวราบเป็นวงได้ตลอด ซึ่งสามารถก่อให้เกิดสัณฐานของวงสีมาเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม


คราบไคร่ หรือคราบตระไคร่



     เข้าหน้าฝนมา นอกจากความเย็นชุ่มช่ำของสายฝนแล้ว หลายท่านคงสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงรอบๆ ตัวไปเยอะเหมือนกัน สำหรับท่านที่ชอบปลูกต้นไม้ หลายคนคงรู้สึกชอบที่เห็นต้นไม้ของท่านเจริญงอกงามอย่างรวดเร็ว แต่แน่นอนว่าเมื่อต้นไม้ที่ท่านปลูกไว้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ตะไคร่น้ำก็เช่นเดียวกันที่เจริญเติบโตได้รวดเร็วไม่แพ้กันหรืออาจเร็วกว่า ต้นไม้ของท่านด้วยซ้ำไป บางคนอาจจะชอบเพราะรู้สึกว่าสวยดี บางคนชอบสวนที่มีตะไคร่น้ำ เพราะรู้สึกว่ามันชุ่มชื้นและเย็นสบาย โดยเมื่อครั้งที่เริ่มจัดสวนที่บ้าน ได้ลงทุนทำขอบล้อมรอบทางเดินซึ่งปูด้วยอิฐให้น้ำขังเพื่อให้ตะไคร่น้ำจับที่ ตัวก้อนอิฐ เพราะไม่ชอบพื้นผิวอิฐมอญใหม่ๆ

 
 
Online:  42
Visits:  16,777,220
Today:  7,005
PageView/Month:  182,716