พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 



                                                                   พระสมเด็จวัดระฆัง ทรงกรวย


2013-01-09-


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานแก่พระอานนท์ผู้เป็นพระอุปัฏฐากและพระภิกษุคราที่ ทรงปรงพระชนมายุสังขารออกเดินทางด้วยพระบาทเปล่าจากปาวาลเจดีย์ไปยังกรุงกุ สินาราสถานที่ปรินิพพานตลอดพระชนมชีพ

 “ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศีลเป็นพื้นฐานที่รองรับคุณอันยิ่งใหญ่ประหนึ่งแผ่นดินเป็นสิ่งที่รองรับและ ตั้งลงแห่งสิ่งทั้งหลาย เป็นต้นว่าพฤกษาลดาวัลย์มหาสิงขรและสัตว์จตุบททวิบาทนานาชนิด บุคคลผู้มีศีลเป็นพื้นใจย่อมอยู่สบายมีความปลอดโปร่งเหมือนเรือนที่บุคคลปัด กวาดเช็ดถูเรียบร้อย ปราศจากเรือดและฝุ่นเป็นที่รบกวน ”

  พระสมเด็จวัดระฆัง ทรงกรวย....

 พระสมเด็จวัดระฆัง....ทรงกรวย

          พ.ศ.2408  หลวงวิจารย์เจียรนัย(เฮง)ช่างหลวงงานเครื่องราช.เป็นช่างทองประจำรัฐกาลที่  ๔...ได้ไปหาเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์(โต)  ที่วัดระฆัง  อยู่บ่อย  ๆ  และได้เห็นสมเด็จชิ้นฟัก หลวงวิจารย์เจียรนัย(เฮง) เห็นว่าพระที่ได้สร้างไว้  แม่พิมพ์ ตลอดถึงการตัดขอบองค์พระไม่สวยงามเท่าที่ควร  จึงเสนอตัวขอแกะพิมพ์ไปถวาย  พร้อมทั้งแนะวิธีในการตัดขอบขององค์พระ  เพื่อให้ได้สัดส่วน  และสวยงามมากยิ่งขึ้น จนตำนานบันทึกไว้ทุกแหล่ง....สืบประวัติมาถึงปัจจุบันว่า..พิมพ์ของหลวงวิจารย์เจียรนัย(เฮง)มีความสวยงามที่สุด..เมื่อการกดพิมพ์สร้างพระ  เริ่มขึ้นหลวงวิจารย์เจียรนัย(เฮง)ได้มาดูด้วยตนเอง..เห็นว่าน้ำตาลอ้อยเคี่ยว..คงเคี่ยวไม่ได้ที่ ..พระเกิดการแตกหัก จึงแนะให้นำน้ำมันตังอิ๊วเป็นตัวประสาน   จึงบอกลูกศิษย์ให้นำพระที่แห้งบ้าง..หมาดบ้างที่กำลังผึ่งลมทั้งหมดไปจุ่ม  หรือชุบในน้ำมันตังอิ๊วที่หลวงวิจารย์เจียรนัย(เฮง)นำมาถวาย น้ำมันตังอิ๊วซึมประสานในเนื้อพระมากบ้าง..น้อยบ้าง

       พ.ศ.  2395  เจ้าประคุณสมเด็จ ฯ  ได้รับโปรดเกล้า  พระสมณศักดิ์การแต่งตั้งเป็นพระธรรมกิติโสภณ  พร้อมทั้งเป็นเจ้าอาวาสที่วัดระฆังโฆสิตาราม  อายุ  65   ปี  ได้สร้างพระสมเด็จวัดระฆังจนถึงปี พ.ศ. 2407(อายุ   77  ปี )  รวม  12  ปี  พระที่สร้างในช่วงนี้ เรียกพระของ
พระธรรมกิติโสภณ (โต)  วัดระฆัง  หรือพระสมเด็จทรงกรวยนั้นเอง

 พระสมเด็จวัดระฆัง.พิมพ์ใหญ่  ทรงกรวย  

 


ขยายภาพแสดงมวลสารมาก.... 



พระสมเด็จวัดระฆัง.พิมพ์ฐานแซม ทรงกรวย  

ขยายภาพแสดงมวลสารมาก.... 





พระสมเด็จทรงกรวยที่พบเห็น

สมเด็จพระธาตุพนม 

และแบบพิมพ์พระสมเด็จพุทธศิลป์ ( พ.ศ.2395  - พ.ศ.2408).

 (Root) 2009417_31475.gif             กรุพระธาตุพนม  พระธาตุพนม



      เมื่อปี พ.ศ. 2407 วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2407 ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน10 ปีชวด จุลศักราช 1226 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4ได้ทรงโปรดเกล้าสถาปนาสมณศักดิ์พระเทพกวี ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์[คณะผู้จัดทำได้ไปค้นคว้าจากประวัติพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวอยู่ รัชกาลที่ 4 เพื่อยืนยันว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น สมเด็จฯท่านมีสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมกิตติในปีชวด จุลศักราช 1214(พ.ศ.2395)และมีสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี ในปีขาล จุลศักราช 1216(พ.ศ. 2397)กับได้ทรงรับสั่งมอบหมายท่านให้เป็นแม่กองไปบูรณะองค์พระธาตุพนมด้วย ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี พร้อมด้วยท่านเจ้าคุณธรรมทานาจารย์(เจ้าคุณแนบ) ท่านเจ้าคุณธรรมถาวร(เจ้าคุณช่วง)พร้อมด้วยพระปลัดโฮ้ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบองค์พระธาตุพนม ในขณะนั้นชำรุดเสียหายมากน่าจะไม่สามารถทำการบูรณะซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องสร้างพระธาตุพนมใหม่ทั้งองค์ ก็ควรที่จะได้สร้างพระเครื่อง พระบูชา บรรจุไว้ในเจดีย์องค์พระธาตุพนมด้วย เพื่อเป็นพุทธบุชา และเนื่องจาก ณ เจดียสถานแห่งนี้มีพระมหากัสสปะเถรเจ้า ได้นำเอาพระอุรังคะธาตุมาประดิษฐานไว้ให้สาธุชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าได้กราบนมัสการ บูชา สักการะ แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้นำความเห็นขึ้นกราบทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ให้ทรงทราบและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ทรงเห็นด้วยและโปรดให้ดำเนินการได้กับทรงมีรับสั่งให้สร้างให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2408 ฉะนั้นการสร้างพระเจดีย์องค์พระธาตุพนม การสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อนำไปบรรจุในองค์พระธาตุพนมจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2407 เป็นต้นมา
      การสร้างพระเครื่อง พระบูชานั้น ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีให้นำเศษ ปูน ทรายที่ร่วงมาจากองค์พระธาตุพนม รอบๆองค์พระธาตุพนมมาเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารและเมื่อข่าวการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อบรรจุในองค์พระธาตุพนมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้แพร่กระจายออกไปจึงได้มีพระเถรานุเถระ ผู้ใหญ่จากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความเคารพเลื่อมใสในองค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้นำเอามวลสารสิ่งของที่มีค่ามาถวายท่านเจ้าพระคุณฯ เพื่อร่วมสร้าง พระเครื่อง พระบูชา ในคราวนี้ด้วย...อาทิ พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากเขมร พม่า ได้นำพลอยดิบที่ยังไม่ได้เจียระไน หรือที่เรียกว่าอัญมณี สีต่างๆ พร้อมด้วยแร่ทองคำมาถวาย พระเถรานุเถระจากลาว นำลูกปัดทวาราวดี และพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย เป็นต้น สิ่งต่างๆที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้รับการถวายในครั้งนี้ พระคุณเจ้าได้นำมาผสมเป็นมวลสารในการสร้างพระเครื่อง พระบูชาในครั้งนี้...ทั้งหมด
      ฉะนั้น เนื้อหรือมวลสารของพระเครื่อง พระบูชากรุพระธาตุพนม จึงประกอบด้วยมวลสารต่างๆมากมาย ดังนี้
 
     1.ปูน ทรายเก่าที่ร่วงมาจากองค์พระธาตุพนมรวมทั้งที่ปรักหักพังลงมากองอยู่รอบๆ องค์พระธาตุพนมถูกนำมาบดละเอียด ถือได้ว่าเป็นผงศักดิ์สิทธิ์ เป็นผงสำคัญ ในการสร้างพระเครื่อง พระบูชา กรุพระธาตุพนม
      2.พลอยดิบ หรือ อัญมณี สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีฟ้า ถูกนำมาบดเป็นส่วนผสม
      3.แร่ทองคำ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี ให้ตะไบออกเป็นผง เรียกผงตะไบทอง ผสมลงไปด้วย
      4.ลูกปัดทวาราวดีสีต่างๆ ที่พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากลาว จะถูกนำมาผสมกับมวลสารอื่นๆด้วย
      5.พระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากลาวและศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าพระคุณนำมาถวาย ก็ได้รับการนำลงไปผสมกับมวลสารอื่นๆเช่นกัน
      6.ผงวิเศษต่างๆ อาทิ ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ผงพุทธคุณ ของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีที่ได้เก็บสะสมไว้ได้นำมา รวม ผสมลงในการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อนำบรรจุลงในองค์พระธาตุพนม และเนื่องจากเวลามีจำกัด ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ได้กำหนดให้การก่อสร้างองค์พระธาตุพนมให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2408 การพิมพ์ พระเครื่อง พระบูชาจำนวน 84,000 องค์ จึงต้องช่วยกันพิมพ์ทั้งที่วัดระฆัง และที่วัดพระธาตุพนม ส่วนผสมในการสร้างพระนั้นเหมือนกันทั้งสองวัดจะแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตรงที่ ใครจะนำส่วนผสมอะไรใส่ลงในครกแต่ละครั้งมากกว่ากันเท่านั้น ส่วนพระที่สร้างที่วัดระฆังนั้น ท่านเจ้าพระคุณธรรมทานาจารย์(เจ้าคุณแนบ) ท่านได้ลงรักปิดทองไว้ด้วย
 
     สำหรับการนำ พระเครื่อง พระบูชา บรรจุลงในองค์พระเจดีย์นั้น เมื่อได้ทำการสร้างพระเจดีย์องค์พระธาตุพนมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จัดให้มีการสมโภช เฉลิมฉลององค์พระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน และได้นำพระเครื่อง พระบูชา ทั้งหมด 84,000 องค์ บรรจุลงในพระธาตุพนม ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปี พ.ศ. 2408 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ได้เสร็จเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพารในพระองค์ และพระเถรานุเถระ ผู้ใหญ่ พระราชาคณะทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ได้ร่วมกันทำการถวายพระเครื่อง พระบูชาที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้สร้างขึ้นจำนวน 84,000 องค์ เป็นพุทธบูชาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งนั้นด้วย
      พระพุทธคุณของสมเด็จกรุพระธาตุพนมนั้น ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี บอกว่า พระสมเด็จกรุพระธาตุพนม มีพุทธคุณสูงมาก เนื่องจาก ส่วนผสมของมวลสารต่างๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสม เช่น ปูน ทรายเก่า จากองค์พระธาตุพนม พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น และการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ ในครั้งนี้ ท่านเจ้าพระคุณฯ ได้ตั้งจิตอธิษฐานเป็นกรณีพิเศษ เพื่อถวายเป็นพุทธบุชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระบรมครูของท่าน ผู้หนึ่งผู้ใดมีไว้ครอบครอง หรือนำขึ้นบูชาเป็นพระประจำตัวแล้ว จะเป็นผู้มีบุญวาสนาสูงส่ง เป็นสิริมง
คลต่อชีวิต

สรุปได้ความว่า

   พ.ศ.2395 รัชกาลที่ 4  ทรงโปรดให้ สมเด็จพุฒาจารย์โต,เจ้าคุณธรรมทานาจารย์(เจ้าคุณแนบ),เจ้าคุณธรรมถาวร(เจ้า คุณช่วง),และปลัดไฮ้เข้าตรวจสอบพระธาตุพนม ตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่สามารถซ่อมแซมได้ จึงให้บูรณะใหม่ทั้งองค์และให้จัดสร้างพระสมเด็จส่วนผสมคือ ปูนจากเจดีย์เก่า พลอยดิบได้รับการถวายจากเขมร และพม่า ทองคำ ลูกปัดทราวดี พระบรมสารีริกธาตุจำนวน 84,000 องค์บรรจุในองค์พระธาตุพนม ส่วนยอดพระธาตุพนมทำด้วยทองคำน้ำหนักถึง 110 กิโล  ให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2408

     พ.ศ.  2485   วัดพระธาตุพนม ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอารามหลวงชั้นเอก ชั้นมหาวรวิหาร

      วัน ที่ 11 สิงหาคม  ปี พ.ศ.  2518 เวลา 19.38 น พระธาตุพนมได้หักล้มมาทั้งองค์ พระเทพรัตนโมลี(พระธรรมานุวัตร)เจ้าอาวาส และเจ้าคณะจังหวัดในขณะนั้นได้จัดเก็บองค์พระสมเด็จไว้ทั้งหมด และบางส่วนเอาออกให้ผู้มีจิตศัทธาในการช่วยบูรณะพระธาตุไม่ได้เอาออกให้บูชา จึงไม่ค่อยได้เห็นให้ปรากฎในตลาดพระโดยทั่วไป

 


องค์นี้หลังโลหะตราเครื่องหมายวัด

(pd14) 2009419_47211.jpg  (pd14) 2009419_47273.jpg

องค์นี้หลังกดตราเครื่องหมายวัด,ลูกปัดทราวดี,พระธาตุหยดน้ำค้าง

(pd14) 2009419_47484.jpg    (pd14) 2009419_47544.jpg

องค์นี้เนื้อสีเหลืองสะท้อนแสง,พระธาตุหยดน้ำค้าง

(pd14) 2009419_47632.jpg    (pd14) 2009419_47709.jpg

องค์นี้เนื้อน้ำเงินดำ,มีลูกปัดทราวดี,พระธาตุหยดน้ำค้าง  เนื้อสะท้อนแสง

(pd18) 2009427_34504.jpg   (pd18) 2009427_34598.jpg

องค์นี้เนื้อแดง พระธาตุหยดน้ำค้าง

(pd18) 2009427_34684.jpg  (pd18) 2009427_34794.jpg

ที่มาของทรงกรวยที่มีชื่อเสียงอันลือลั่น

 
 
Online:  80
Visits:  16,777,220
Today:  3,652
PageView/Month:  334,109