พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 



                                                                ก้อนขาวและพระอรหันต์ธาตุ



2013-04-27 -  ห้องนี้ต้องเรียกว่า   ก้อนขาว,พระอรหันต์ธาตุ  และพระบรมสารีริกธาตุ  นักศึกษา9pha    หรือ นักนิยมพระเครื่องบางท่านยังคงสงสัยว่า  มวลสารหลักก้อนขาว  ๆ   กลมบ้าง  เหลี่ยมมุมมนบ้าง  เล็กบ้างใหญ่บ้าง  หรือมวลสารเม็ดเล็ก  ๆ   ใส  ๆ   สีต่างกัน  คืออะไร อนอนขาว ๆ   เรามาแยกส่วนที่เป็นก้อนสีขาว ๆ ก่อน

 ประเภทแรก -   ก้อนสีขาวขุ่น ๆ   กลม ๆ   เรียก "ผงพระสมเด็จหรือผงกฤติยาคม "

คือมวลสารหลักพระสมเด็จวัดระฆัง , ผงพระสมเด็จหรือผงกฤติยาคม 

     ผงพระสมเด็จวัดระฆัง หรือผงกฤติยาคม...ทำมาจากอะไร. และมีกรรมวิธีอย่างไร.ทำไมถึงวิเศษนัก...กรรมวิธีมีดังต่อไปนี้

    1.เตรียมมวลสาร..นำดินสอพองแยกให้บริสุทธิ์จากลพบุรี..ตัดเป็นแผ่นบาง ๆ ตากให้แห้งสนิท..

    2.บดดินสอพองร่อนให้ละเอียดแล้วตากให้แห้งสนิทอีกครั้ง..แบ่งใส่บาตร 5 บาตรเท่า ๆ กัน

   3.บาตรทั้ง 5 บริกรรมค่าถาแต่ละบทดังนี้ อิทธิเจ,ตรีนิสิงเห,ปัถมัง,มหาราช,พุทธคุณ...จนเห็นว่าขลังพอควร..

   4.เอามารวม 5 บาตร แล้วกำกับด้วยคาถา 5 บทอีกครั้งจึงทำให้ผงวิเศษขลังยิ่งนัก

   5.ต่อมานำผงวิเศษ..ทำดินสอมหาชัย.. โดยคั้นน้ำจากไม้มงคลคือ ยอดตำลึง,ยอดสุดสวาท,ยอดดอกรักซ้อน,ยอดกาหลง,ยอดทองพันชั่ง,ยอดราชพฤกษ์, ยอดกระแจตะนาว,ยอดใบเงิน,ใบทอง,ใบนาก..เอามาตำให้แหลกละเอียด..ผสมกับน้ำ พุทธมนต์ 7 บ่อ7รส ผสม และปั้นรวมกับผงวิเศษปั้นเป็นชอล์ก เอาไว้เขียนเลขยันต์

   6.เอาดินสอมหาชัยเขียนเลขยันต์บนกระดาน แล้วลบเก็บผงชอล์กเอาไว้ ผสมกับน้ำไม้มงคลแล้วปั้นเป็นดินสอมหาชัย...เช่นนี้เป็นร้อย ๆ คาบ..ร้อย ๆ ครั้ง..จนกระทั่งดินสอมหาชัยมียางยอดไม้เกาะเป็นก้อนกลม ๆ แกร่งมาก..ผงนี้แหละเรียกผงสมเด็จ  หรือผงกฤติยาคม..

ผงสมเด็จ  หรือผงกฤติยาคม

    เมื่อเสร็จขั้นตอนทำผงพระสมเด็จ หรือผงกฤติยาคม แล้ว..สมเด็จโตก็จะนำมารวมกันใส่บาตรบริกรรมคาถาทุกวัน..พร้อมที่จะทำพระ สมเด็จ..ณ.เวลาใดจัดสร้างพระสมเด็จ..ตรงกับฤดูกาลใดก็จะมีผลไม้มงคล หรือส่วนผสมที่เป็นวัตถุมงคลที่ได้ในแต่ละท้องที่ทั่วประเทศสยาม..ณ..เวลา นั้น..หามาเองบ้าง..มีคนทำบุญหามาบ้าง..นำมาผสมมวลสารหลักคือผงพระสมเด็จ หรือผงกฤติยาคม..การจัดสร้างจึงได้เริ่มต้นขึ้นในทันที..

 ประเภทสอง -   ก้อนสีขาวขุ่น ๆ   เหลี่ยมมุมมน  หรือรูปร่างแตกต่างกันออกไป

 ประเภทสาม -   เม็ดกลม ๆ ใส ๆ  เล็ก ๆ    คือ"พระบรมสารีริกธาตุ"

พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'พระธาตุ'

.......... พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ พบมากในประเทศศรีลังกา ไทย จีน พม่า ฯลฯ มีลักษณะตรงหรือใกล้เคียงตามลักษณะที่ปรากฏใน อรรถกถาสุมังคลวิลาสินี ในประเทศไทยมีประดิษฐานอยู่ที่พระธาตุเจดีย์ ตามวัดต่างๆทั่วไป


พระสมเด็จวัดระฆัง  ที่ปรากฎมวลสารพระธาตุพระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'พระธาตุ' ที่องค์พระ


    (sand) 200995_35369.jpg   (sand) 200995_35671.jpg

         (sand) 200995_35798.jpg

     (sand) 200995_35932.jpg

พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'กระดูกคน'

.......... พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ พบเฉพาะเขตโบราณสถานในประเทศอินเดีย สำหรับในประเทศไทย รัฐบาลอังกฤษได้มอบให้แก่ประเทศไทย 2 ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ประดิษฐานอยู่ ณ เจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และครั้งที่ 2 รัฐบาลได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน

พระสมเด็จวัดระฆัง  ที่ปรากฎมวลสารพระธาตุที่องค์พระ

"พระบรมสารีริกธาตุ" คือ พระธาตุส่วนย่อยที่บังเกิดแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเฉพาะ มิได้เป็นคำที่ใช้เรียก พระธาตุของพระอรหันตสาวก หรือพระธาตุเจดีย์ต่างๆ  (บางทีอาจใช้คำว่า "พระบรมธาตุ" หรือ "พระสารีริกธาตุ" แทนได้)

"พระธาตุ" คือ กระดูก หรือ ส่วนของร่างกายต่างๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โลหิต ฯลฯ ที่มีคุณลักษณะเป็นที่แตกต่างจากสามัญชนทั่วไป โดยมีลักษณะคล้าย ' ธาตุ ' ซึ่งหากมองโดย ไม่สังเกตให้ดีแล้ว ก็คล้าย กรวด หิน แก้ว เพชร ฯลฯ

คำว่า พระบรมธาตุ และ พระธาตุ ยังอาจใช้หมายถึงพระสถูปเจดีย์ต่างๆได้อีกด้วย เช่น พระบรมธาตุไชยา พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุพนม ฯลฯ

ประเภทของพระบรมสารีริกธาตุ  

เนื่องจากพระบรม สารีริกธาตุที่พบนั้น มีความแตกต่างจากอัฐิของบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามยังพบลักษณะของ พระบรมสารีริกธาตุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกคนเช่นกัน เท่าที่พบเห็นได้ตามพระธาตุเจดีย์ทั่วไป สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่   

พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'พระธาตุ

พระ บรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ จะพบมากในประเทศไทย ศรีลังกา จีน พม่า ฯลฯ มีลักษณะตรงตามพระไตรปิฎก ในประเทศไทยมีประดิษฐานอยู่ที่เจดีย์พระธาตุ ตามวัดต่างๆทั่วไป
พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'กระดูกคน

พระ บรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ จะพบเฉพาะในประเทศอินเดีย

คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ 

คุณลักษณะ ของพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ ที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน และได้รับการยอมรับจากพุทธศาสนิกชนและพระภิกษุสงฆ์โดยทั่วไป พบว่ามีลักษณะที่มองจากภายนอกคร่าวๆได้ดังนี้

- มีด้วยกันหลายสี ตั้งแต่ใสดั่งแก้วจนกระทั่งขุ่น สีขาวดุจสีสังข์ สีทอง สีดำ สีชมพู สีแดง ฯลฯ
- มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ลักษณะเมล็ดข้าวสาร พันธุ์ผักกาด เมล็ดถั่วแตก แก้วใส ฯลฯ  
- หากมีขนาดเล็กมักสามารถลอยน้ำได้ เมื่อลอยด้วยกันจะสามารถดึงดูดเข้าหากันได้ และลอยติดกันเป็นแพ
- สามารถเสด็จมาเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดลงได้เอง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระธาตุ
- เปลี่ยนขนาดและสีสันเองได้
- ส่วนมากมักมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับขนาด

พระบรมสารีริกธาตุลักษณะต่างๆ

       คัมภีร์ สุมังคลวิลาสินี ซึ่งเป็นอรรถกถาอธิบายความพระสูตรทีฆนิกาย ในพระสุตตันตปิฎกนั้น พระอรรถกถาจารย์ได้แบ่งลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ
      1. นวิปฺปกิณฺณา ธาตุ คือ พระบรมสารีริกธาตุที่ยังคงรูปร่างเดิมอยู่เป็นชิ้นเป็นอัน มิได้แตกย่อยลงไป มีทั้งหมด 7 องค์ ได้แก่ พระนลาฏ (กระดูกหน้าผาก) 1องค์ พระเขี้ยวแก้ว 4 องค์ และพระรากขวัญ (กระดูกไหปลาร้า) 2 องค์
      2. วิปฺปกิณฺณา ธาตุ คือ พระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มิได้คงรูปร่างอยู่เป็นชิ้น แต่แตกย่อยลงเป็นเป็นจำนวนมาก กระจายไปประดิษฐานตามสถานที่ต่างๆ
      ซึ่งพระอรรถกถาจารย์ท่านได้จำแนกลักษณะและขนาดของพระบรมสารีริกธาตุชนิด วิปฺปกิณฺณา ธาตุ ต่อไปอีกดังนี้ เมื่อพิจารณาจากลักษณะภายนอก แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

 

    1. (สี)เหมือนดอกมะลิตูม (สีพิกุล) 

ท่านว่าพระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ ตวงได้ 6 ทะนาน

     2. (สี)เหมือนแก้วมุกดาที่เจียระไนแล้ว (สีผลึก) 

ท่านว่าพระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ ตวงได้ 5 ทะนาน

    3. (สี)เหมือนจุณ หรือ ผงทองคำ (สีทองอุไร)
ท่านว่าพระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ ตวงได้ 5 ทะนาน

และเมื่อพิจารณาจากขนาด ท่านแบ่งได้เป็น 3 ขนาด ได้แก่

1. ขนาดเล็ก ประมาณเมล็ดพันธุ์ผักกาด บางท่านก็เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุลักษณะเมล็ดพันธุ์ผักกาด
*บางตำราระบุว่าพระบรมสารีริกธาตุขนาดนี้จะมีสีดั่งมะลิตูม


2. ขนาดเขื่อง คือมีขนาดใหญ่ขึ้นมา ประมาณเมล็ดข้าวสารหักกึ่ง บางท่านก็เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุลักษณะข้าวสาร
*บางตำราระบุว่าพระบรมสารีริกธาตุขนาดนี้จะมีสีดั่งแก้วมุกดา

3. ขนาดใหญ่ คือมีขนาดใหญ่ที่สุด ประมาณเมล็ดถั่วเขียวผ่ากลาง บางท่านก็เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุลักษณะเมล็ดถั่ว
*บางตำราระบุว่าพระบรมสารีริกธาตุขนาดนี้จะมีสีดั่งทองอุไร



 
 
Online:  140
Visits:  16,777,220
Today:  2,957
PageView/Month:  196,236