พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก
 



                                             รักลอกทองล่อน


2013-05-26    รัก หรือยางรัก มีคุณลักษณะเป็นยางเหนียว สามารถเกาะจับพื้นของสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ประสงค์จะทาหรือถมทับ หรือเคลือบผิวได้ดี มีคุณสมบัติที่ทำให้ผิวพื้นซึ่งทาหรือเคลือบรักเป็นผิวมันภายหลังรักแห้ง สนิท มีคุณภาพคงทนต่อ ความร้อน ความชื้น กรดหรือด่างอ่อนๆ และยังเป็นวัสดุที่ใช้เชื่อมสมก หรือสีเข้าด้วยกัน เชื่อมระหว่างผิวพื้นกับวัสดุ สำหรับตกแต่ง เช่น กระจกสี เปลือกหอย และยังใช้ผสมสีเข้าด้วยกันมาแต่โบราณกาล งานศิลปกรรมที่ประกอบด้วย รักลักษณะใดลักษณะหนึ่งตามที่กล่าวมานี้ เรียกว่า "เครื่องรัก" หรือ "งานเครื่องรัก"
           "รัก" เป็นชื่อยางไม้ชนิดหนึ่งเป็นวัสดุที่ได้จาก "ต้นรัก" [lac tree (ภาษาพฤกษศาสตร์ ; melanorrhoea usitata)] คือต้นไม้ยืนต้นขนาดย่อม การนำยางรักจากต้นรักมาใช้ ทำด้วยการกรีดหรือสับด้วยมีดที่ลำต้นรักให้เป็น รอยยาวๆ ยางรักจะไหลออกมาตามรอยที่กรีดหรือสับนั้น นำภาชนะเข้ารองรับน้ำยางรักเป็นคราวๆ เก็บรวบรวมไว้ ใช้งานตามขนาดที่ต้องการ ยางรักนี้บางแห่งเรียกว่า "น้ำเกลี้ยง" หรือ "รักน้ำเกลี้ยง" ก็มี "รักหรือยางรัก" แต่ละชนิดที่ช่างรักใช้ประกอบงานเครื่องรัก มีคุณลักษณะดังนี้
           รักดิบ คือ ยางรักสดที่ได้จากการกรีดหรือสับจากต้นรัก ลักษณะเป็นของเหลวสีขาว เมื่อทิ้งไว้สักระยะหนึ่งจะ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและจะกลายเป็นสีน้ำตาลไหม้ รักดิบนี้จะต้องผ่านการกรองให้ปราศจากสิ่งสกปรกปะปน และจะต้องได้รับการขับน้ำที่เจืออยู่ตามธรรมชาติใยยางให้ระเหยออกตามสมควร ก่อน จึงนำไปใช้ประกอบงาน เครื่องรัก
           รักน้ำเกลี้ยง คือรักดิบที่ผ่านการกรองและได้รับการขับน้ำเรียบร้อยแล้ว เป็นน้ำยางรักบริสุทธิ์จึงเรียกว่า "รักน้ำเกลี้ยง" เป็นวัสดุพื้นฐานในการประกอบงานเครื่องรักชนิดต่างๆ เช่น ผสมสมุก ถมพื้นทาผิว
           รักสมุก คือรักน้ำเกลี้ยงผสมกับ "สมุก" มีลักษณะเป็นของเหลวค่อนข้างข้น ใช้สำหรับอุดแนวทางลงพื้นและ ถมพื้น
           รักเกลี่ย คือรักน้ำเกลี้ยงผสมกับสมุกถ่านใบตองแห้งป่น บางทีเรียกว่า "สมุกดิบ" ใช้เฉพาะงาน อุดรูยาร่อง ยาแนวบนพื้นก่อนทารักสำหรับปิดทองคำเปลว
           รักเช็ด คือรักน้ำเกลี้ยง นำมาเคี่ยวบนไฟอ่อนๆ เพื่อไล่น้ำให้ระเหยออกมากที่สุด จนได้เนื้อรักข้นและเหนียว จัด สำหรับใช้แตะ ทา หรือเช็ดลงบนพื้นแต่บางๆ เพื่อปิดทองคำเปลว หรือทำชักเงาผิวหน้างานเครื่องรัก
           รักใส คือรักน้ำเกลี้ยงที่ผ่านกรรมวิธีสกัดให้สีอ่อนจากและเนื้อโปร่งใสกว่ารักน้ำเกลี้ยง สำหรับใช้ผสม สีต่างๆ ให้เป็นรักสี
           รักแต่ละชนิดดังที่ได้แนะทำให้ทราบนี้ล้วนมีที่มาจาก "รักดิบ" อยู่ด้วยกันทั้งสิ้น รักแต่ละชนิดจะมีคุณภาพ มากหรือน้อยก็ดี นำมาประกอบงานเครื่องรักแล้วจะได้งานที่ดี มีความคงทนถาวรเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ พื้นฐานของรักดิบ ที่ช่างรักรู้จักเลือกรักดิบที่มีคุณภาพดีมาใช้
           ในงานช่างรัก ยังมีวัสดุบางชนิดที่ควรอธิบายควบคู่กัน เนื่องด้วยเป็นวัสดุที่มีบทบาทสำคัญยิ่งสิ่งหนึ่งสำหรับ ประกอบงานเครื่องรัก คือ "สมุก"
           "สมุก" เป็นวัสดุที่ลักษณะเป็นผง หรือป่นเป็นฝุ่น สมุกที่ใช้ในงานเครื่องรักแบบไทยประเพณีอย่างโบราณวิธี มีอยู่ด้วยกัน ๒ ชนิด ดังนี้
           สมุกอ่อน สมุก ชนิดนี้ ได้แก่ ผงดินสอพอง ผงดินเหนียว เลือดหมูก้อน อย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกับรักน้ำเกลี้ยงตีให้เป็นเนื้อเดียวกันให้ทารองพื้นที่ต้องการรองพื้น บางๆ และเรียบ
           สมุกแข็ง ได้แก่ ผงถ่านใบตองแห้ง ผงถ่านหญ้าคา ผงปูนขาวอย่างใดอย่างหนึ่ง ผสมกับรักน้ำเกลี้ยงตีให้ เป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ทารองพื้นที่ต้องการรองพื้นหนาและแข็งมาก
           งานของช่างรักที่เกี่ยวข้องกับงานประเภทประณีตศิลป ประเภทมัณฑนศิลป และประเภทวิจิตรศิลปที่ได้รับ การสร้างสรรค์ด้วยระเบียบวิธีของช่างรักอย่างโบราณวิธีมีอยู่มากหลายลักษณะ ด้วยกัน ได้เลือกเอางานช่างรักที่มี ลักษณะสำคัญในด้านรูปแบบที่แสดงออกลักษณะการตกแต่งแบบไทยประเพณีโดยแท้มา แสดงให้ทราบต่อไปนี้
           งานช่างลงรักปิดทองคำเปลว
           งานช่างประดับกระจก
           งานช่างประดับมุก

งานช่างลงรักปิดทองคำเปลว

           งานช่างลงรักปิดทองคำเปลว หรืออย่างที่คนส่วนมากเรียกสั้นๆ ว่า "ลงรักปิดทอง" คือกระบวนการตกแต่ง ผิวภายนอกของศิลปวัตถุหรือองค์ประกอบสำหรับงานสถาปัตยกรรมแบบไทยประเพณีด้วย การลงรักหรือทายางรัก แล้วปิดด้วยทองคำเปลวทับทำให้ผิวของศิลปวัตถุหรือองค์ประกอบสำหรับงาน สถาปัตยกรรมบางสิ่ง เป็นสีทองดำ เหลืองอร่ามและเป็นมันวาวเหมือนหนึ่งว่าทำด้วยทองคำอันเป็นความเชื่อโดยขนบ นิยมในสังคมไทยมาแต่โบราณกาล
           งานช่างลงรักปิดทองคำเปลวได้ทำการที่เป็นงานปิดทองเป็น ๔ ลักษณะงานด้วยกัน คือ
                      งานลงรักปิดทองทึบ
                      งานลงรักปิดทองร่องชาด
                      งานลงรักปิดทองร่องกระจก
                      งานลงรักปิดทองลายฉลุ  


     พระสมเด็จวัดระฆัง  มีลักษณะรักลอกทองล่อน....งานช่างหลวง   เมื่อเวลาผ่านพ้นไปก็ยังปรากฎรอยแยกแตกปริ  ยุบย่น  และงานลงรักผสมกับเนื้องทองคำเปลว...จนเกือบแยกออกจากกันไม่ได้ว่าส่วนไหนรัก..ส่วนไหนทอง 

      พระสมเด็จวัดระฆัง   งานนี้เกิดขึ้นหลังปี  พ.ศ.2407   ท่านดำรงค์ตำแหน่งพุฒาจารย์  ช่างสิบหมู่  และ ช่างหลวงได้เข้าช่วยงานสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง.เราจึงได้เห็นอุปกรณ์ของช่างหลวงเกี่ยวข้องกับงานสร้างพระ...ความแข็งแรงทนทาน  สมบูรณ์ของพิมพ์พระสมเด็จจึงปรากฎให้ลูกหลานได้ศึกษา..ไม่แตกหัก..มาจนถึงปัจุบัน...ไม่ว่าพระสมเด็จจะฝากกรุในวัดบางขุนพรหม    ในฐานะพระสองคลองหรือไม่ก็ตาม

         พระสมเด็จวัดระฆังชุดนี้..เป็นพระสมเด็จวัดระฆังสร้างหลัง  พ.ศ.2407  สมเด็จโตท่านพกติดตัวใส่เรือมาด้วย   ฝากร่วมในกรุบางขุนพรหม  ป๊  พ.ศ.2412    ประสมพระสมเด็จบางขุนพรหม ให้ครบ  84,000  องค์   เรียก  "พระสองคลอง"    และ ปี  พ.ศ.2475  น้ำท่วมพระนคร  และกรุเจดีย์วัดบางขุนพรหม  ธรรมชาติสร้างคราบกรุ  ตระไคร้  องค์พระสมเด็จวัดระฆัง..ประวัติสร้างลงรักไทย  เขมร และจีนทั้งองค์ และปิดทอง  1   แผ่น ก่อนฝากกรุ  ปรากฎลักษณะกรุทับทอง  หรือทองทับกรุ  ตามประวัติสร้าง..พระเนื้อนี้มวลสารจะมาก  ปูนจะน้อยต่างจากพระสองคลองที่สร้างปประสงค์จะฝากกรุแต่เพียงอย่างเดียว

     ลักษณะพระสมเด็จวัดระฆัง..มวลสารมาก..ปูนน้อย.(สมเด็จโตท่านนำติดตัวมาด้วย..ประสมฝากกรุวัดบางขุนพรหม  ใหครบ  84,000  องค์.  )

พระสมเด็จวัดระฆัง  พิมพ์ใหญ่

  


ขยายมวลสารให้ดูนะจร้า







พระสมเด็จวัดระฆัง  พิมพ์ใหญ่


ขยายมวลสารให้ดูนะจร้า

(ลงรูป)

พระสมเด็จวัดระฆัง  พิมพ์ใหญ่

 


ขยายมวลสารให้ดูนะจร้า

(ลงรูป)

พระสมเด็จวัดระฆัง  พิมพ์ใหญ่ (สังฆาฏิ)  พระประธาน