พระสมเด็จวัดระฆัง-สำนักกฎหมาย

Engine by สยามทูเว็บผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
  เข้าสู่ระบบ - สมัครสมาชิก   
 

                 ระสมเด็จวัดบางขุนพรหม  พ.ศ.2411-2413 
และพระสองคลอง  และแบบพิมพ์พระสมเด็จพุทธศิลป์  พ.ศ. 2411-2413

 
วัดบางขุนพรหม หรือวัดใหม่อมตรส 
(wat) 2009623_28629.jpg    (wat) 2009623_28777.jpg


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

  สร้างขึ้นสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี  ประมาณ  พ.ศ. 2321 ไม่ปรากฎนามผู้สร้าง   พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าโปรดให้สร้างถนนผ่านกลางวัด   จึงกลายเป็น 2 วัด  คือวันบางขุนพรหมนอก(วัดใหม่อมตรส)  และวัดบางขุนพรหมใน(วัดอินทรวิหาร)
เดิมชื่อว่า"วัดวรามะตาราม"  ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น"วัดอำมาตยรส"  หรือวัด "อมฤตยรส" พบหลักฐาน ใบตราตั้งเจ้าอาวาส ลงวันที่ 15 สิงหาคม รศ.120 ตรงกับปี พ.ศ.2444 ชื่อ พระอธิการเทศ เป็นสมภาร  และ ปี พ.ศ. 2460 ได้เปลี่ยนนามเป็นครั้งใหม่อีกเป็น "วัดใหม่อมตรส"
 
(wat) 2009623_28696.jpg
 
        วัดใหม่อมตรส  ตั้งอยู่เลขที่   132 ถนนสามเสน เขตพระนคร  กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว  เมื่อ ปี พ.ศ. 2321  เขตวิสุงคามสีมา   กว้าง 20 เมตร ยาว 40  เมตร  และได้ทำการผูกพันธสีมาใหม่ ระหว่างวันที่ 4-10 มกราคม พ.ศ. 2509
         พ.ศ. 2411-2413  การก่อสร้างปฎิสังขรณ์วัดใหม่เริ่มดำเนินการโดยสมเด็จพุฒาจารย์(โต)ประธานฝ่ายสงฆ์  เสมียนตรา (ด้วง)  ต้นตระกูลธนโกเศศ  และเครือญาติ..ฝ่ายฆาราวาส บูรณะวัดบางขุนพรหมนำพระสมเด็จจำนวน 84,000 องค์ เสร็จสมบูรณ์
        ได้ขอประทานผงวิเศษจากสมเด็จพุฒาจารย์(โต)  เพื่อสร้างพระสมเด็จ และให้ท่านปลุกเสกบรรจุในเจดีย์  จึงเรียกว่า "พระสมเด็จบางขุนพรหม"
        เสมียนตราด้วง ท่านเป็นต้นสกุล ธนโกเศศ เป็นคหบดีผู้มั่งคั่งย่านบางขุนพรหม และจากหน้าประวัติของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อดีตท่านเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ ผู้ประติมากรรมพระสมเด็จวัดระฆัง อันมีค่านิยมสูงจนรั้งตำแหน่งราชาแห่งพระเครื่องมาโดยตลอดนั้น ท่านเสมียนตราด้วง ท่านได้ปวารณาตัวเป็นโยมอุปัฏฐากและรับใช้ใกล้ชิดในท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ พระองค์นั้นอย่างเสมอต้นเสมอปลายตลอดมาทุกยุคทุกสมัย แต่ครั้งท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังเป็นสามเณร และได้จำเริญสมณศักดิ์จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณสถาปนาเป็นที่สมเด็จพระพุฒา จารย์ จนกระทั่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านชราภาพ ชนม์มายุได้ ๘๔ ปี จึงได้ลาจากสมณศักดิ์ยกขึ้นเป็นกิตติมศักดิ์ ท่านได้จึงมาพักผ่อนและแสวงหาความสงบวิเวกอยู่ ณ ที่วัดบางขุนพรหม กำกับดูแลช่างเขียนภาพประวัติส่วนตัวของท่านและควบคุมช่างก่อสร้างพระศรี อริยเมตไตรยอีกด้วย
              วัดบางขุนพรหมในอดีตนั้นเป็นวัดที่มีอาณาเขตที่กว้างขวางมากวัดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านกลับมาพักผ่อนเป็นที่สำราญอารมณ์อยู่นั้น ได้มีชาวบ้านในย่านบางขุนพรหมได้นำเอาที่ดินอันเป็นเรือกสวนไร่นามาถวายท่าน เจ้าประคุณสมเด็จฯ แล้วรวมเป็นที่ดินของวัดบางขุนพรหม และเพื่อให้ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ สร้างพระหลวงพ่อโต เมื่อรวมที่ดินของวัดบางขุนพรหมแล้วมีอาณาเขตกว้างขวาง ทิศตะวันตกจดแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศเหนือจดคลองเทเวศร์ ทิศตะวันออกถึงบ้านพานบ้านหล่อพระนคร
          ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๕ ทรงพิจารณาเห็นความจำเป็นในการถมนาเพื่อความเจริญของบ้านเมือง จึงทรงมีพระราชดำริให้ตัดถนนวิสุทธิ์กษัตริย์ผ่านกลางวัดบางขุนพรหม จึงทำให้วัดบางขุนพรหมต้องแยกออกเป็นสองวัด คือ วัดบางขุนพรหมใน หรือ วัดใหม่อมตรส ในปัจจุบัน และวัดบางขุนพรหมนอก คือวัดอินทรวิหาร อันเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต (พระศรีอริยเมตไตรย) และเมื่อทางราชการได้ตัดถนนสามเสนก็ได้แบ่งที่ดินของวัดบางขุนพรหมออกไปอีก ส่วนหนึ่ง
           วัดบางขุนพรหมเป็นวัดเก่าแก่มีมาแต่สมัยอยุธยาเป็นราชธานี และเป็นวัดที่สร้างอยู่บนที่ดอนห้อมล้อมไปด้วยเรือกสวนและไร่นา เข้าใจว่าเป็นวัดที่ประชาชนในละแวกนั้นช่วยกันสร้างและบูรณะสืบต่อๆ กันมา เมื่อปีจอ พุทธศักราช ๒๓๒๑ เจ้าอินทรวงศ์ราชโอรสในพระเจ้าธรรมเทววงศ์ ผู้ครองนครศรีสัตนาครหุตได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ในรัชสมัยพระเจ้า ตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี ต่อมาครั้นสร้างกรุงเทพมหานครเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าวัดบางขุนพรหมไม่เคยได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เลยสักครั้งเดียว สิ่งก่อสร้างต่างๆ ได้ปรักหักพังลง สืบต่อมาจนถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๕ เสมียนตราด้วง พร้อมกับชาวบ้านในย่านบางขุนพรหมและท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ร่วมใจกันบริจาคจตุปัจจัยไทยธรรมจัดการสร้าง และซ่อมแซมวัดบางขุนพรหมขึ้นมาใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ นอกจากนั้นแล้วยังได้จัดสร้างพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ที่หน้าวัด บางขุนพรหมเป็นพิเศษอีกด้วย เมื่อดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านเสมียนตราด้วงพร้อมกับท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้จัดสร้างพระพิมพ์เนื้อผงสีขาวอย่างพระสมเด็จวัดระฆัง มีจำนวนมากถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ บรรจุไว้ในพระมหาเจดีย์เพื่อเป็นพุทธบูชาและการสืบพระศาสนาตามคดีโบราณนิยม อีกด้วย
อนึ่งการสร้างพระสมเด็จบรรจุพระมหาเจดีย์ที่วัดบางขุนพรหมนั้นได้รับความ อนุเคราะห์จากท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ โดยให้ใช้แม่พิมพ์สมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามของท่านที่เคยใช้ในการสร้างพระสม เเด็จวัดระฆัง คือ
พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่
พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์
พระสมเด็จพิมพ์เกศบัวตูม
พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม

และปรากฎสมเด็จวัดระฆัง และสมเด็จวัดเกศไชโยปะปนอยู่ด้วย     
นอกจากพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆัง ดังกล่าวแล้วนั้น ทางคณะท่านผู้สร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมยังได้ให้นายช่างผู้แกะแม่พิมพ์ วัดระฆัง เจ้าเดิม แกะแม่พิมพ์พระสมเด็จทั้ง ๔ พิมพ์ ดังกล่าวแล้วเพิ่มเติมขึ้นมาอีก และยิ่งไปกว่านั้นยังให้แกะแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมขึ้นมาในรูปทรง ใหม่อีก ๗ พิมพ์คือ
พระสมเด็จพิมพ์เส้นด้าย
พระสมเด็จพิมพ์สังฆาฏิ
พระสมเด็จพิมพ์สังฆาฏิ หูช้าง
พระสมเด็จพิมพ์ฐานคู่
พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์
พระสมเด็จพิมพ์อกครุฑ
พระสมเด็จพิมพ์ไสยาสน์
          รวมในกรุวัดบางขุนพรหมมีพระทั้งสิ้น ๑๑ พิมพ์ด้วยกันก็จริงและแต่ละพิมพ์ทรงยังมีแม่พิมพ์ที่แตกต่างกันออกไปอีกมาก อย่างเช่น พระสมเด็จพิมพ์เส้นด้าย มีแม่พิมพ์ที่ต่างพิมพ์กันไปอีกหลายพิมพ์ ตัวอย่างเช่น พระสมเด็จพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ พระสมเด็จพิมพ์เส้นด้ายแขนกลม พระสมเด็จพิมพ์เส้นด้ายแขนหักศอก เป็นต้น

            อนึ่ง การบรรจุพระสมเด็จไว้ในพระเจดีย์ที่วัดบางขุนพรหมนั้นเป็นงานบุญครั้งยิ่ง ใหญ่ซึ่งนานทีปีหนจึงจักมีสักครั้งหนึ่ง ในครั้งต่อมาการบรรจุพระพิมพ์ ๒๕ พุทธศตวรรษ ที่นับเป็นการใหญ่และค่อนข้างจะเป็นทางการดังนั้น การบรรจุพระสมเด็จที่กรุวัดบางขุนพรหม ชาวบ้านร้านตลาด ตลอดจนประชาชนทั้งไกลและใกล้ย่อมจักทราบกันเป็นอย่างดีและเป็นข่าวที่เล่า ขานสืบต่อๆ กันมาจนกระทั่งถึงสงครามโลกครั้งที่ ๑ ประเทศไทยได้ส่งทหารหาญไปร่วมรบ ในการนี้ได้ปรากฎมีประชาชนแอบเข้ามาใช้ดินเหนียวปั้นเป็นลูกกลมๆ แล้วหย่อนลงไปตามช่องลมพระเจดีย์เพื่อให้พระสมเด็จติดก้อนดินขึ้นมา ทีแรกก็ทำกันอย่างลับๆ ล่อๆ เพียงไม่กี่ตน ครั้นตกได้พระสมเด็จขึ้นมามีการเช่าซื้อปรากฎเป็นสนนราคาขึ้นมาแล้วเท่านั้น แหละ ปรากฎว่าแห่กันมาเป็นการโกลาหล ครั้งแรกทางวัดมิได้ห้ามหวงแต่อย่างใด แต่พอนานๆ เข้าเห็นว่าจะไม่ได้การ จึงทำการโบกปิดช่องลมที่พระเจดีย์เสียการตกเบ็ดพระสมเด็จกรุบางขุนพรหมได้ ยุติลงพระสมเด็จบางขุนพรหมซึ่งได้จากการตกในครั้งนั้น นิยมเรียกว่าพระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่าจะไม่ปรากฎขี้กรุชัดเจน ผิวจะเรียบ จะมีอยู่บ้างก็เป็นชนิดราบนวลขาว ที่เรียกว่าฟองเต้าหูเท่านั้น ผิวพระจึงเรียบงดงามเพราะไม่มีขี้กรุผสมผสานกับดินกรุดินแน่นเป็นก้อนสี น้ำตาลแก่ ชนิดลอกขี้กรุออกนั้นต้องใช้หัวกรอฟันจึงจะเอาออกได้วัดบางขุนพรหมได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดใหม่อมตรส ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวบูรณะปฏิสังขรณ์กรุงเทพฯ ๑๕๐ ปี (พ.ศ. ๒๔๗๕)

เมื่อได้พิจารณาถึงการสร้างพระสมเด็จบางขุนพรหมแล้ว ท่านจะเห็นว่า การสร้างพระสมเด็จในครั้งนี้นั้นไม่เหมือนกับการสร้างพระสมเด็จวัดระฆังที่อยู่ในลักษณะ ที่ค่อยทำค่อยไปไม่รีบเร่ง รวบรวมผงวิเศษวัสดุอาถรรพณ์และวัตถุมงคลได่แค่ไหนก็ทำไปแค่นั้น มวลสารในพระสมเด็จวัดระฆัง จึงหลากหลายและมีความแตกต่างกันไปบ้างเป็นธรรมดา เพราะการผสมมวลสารต่างกรรมต่างวาระกัน ผิดกับการสร้างพระสมเด็จที่วัดบางขุนพรหม เข้าใจว่าคงจะระดมชาวบ้านช่องมาช่วยกันสร้างกันเป็นงานใหญ่ครั้งมโหฬารให้ สำเร็จกันเลยทีเดียว มวลสารของสมเด็จกรุบางขุนพรหมส่วนมากจึงเป็นไปในลักษณะอย่างเดียวกันคือ เนื้อจะแก่ปูนหอย หรือปูนเพชร ผสมผสานด้วยผงวิเศษซึ่งสำเร็จจากสูตรสนธิ์อันเป็นอักขระเลขยันต์ตามตำรา บังคับ เช่น ผงปถมัง อิถเจมหาราช ตรีนิสิงเห และผงนะอักขระวิเศษต่างๆ อันมีนะ ๑๐๘ เป็นต้น เนื้อหาจึงดูกระด้างไม่หนึกนุ่มและอุดมไปด้วยมวลสารอันมีวัสดุมงคลและ อาถรรพณ์อย่างกับพระสมเด็จวัดระฆัง หรือจะพูดโดยสรุปก็คือมวลสารจะหนักไปทางผงปูนหอยเมื่อได้สร้างพระสมเด็จบาง ขุนพรหม และการปลุกเสกจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เสร้จเรียบร้อยแล้วจึงได้ทำการบรรจุในเจดีย์องค์ใหญ่ที่วัดบางขุนพรหม
        เสมียนตราด้วงได้จัดทำแบบพิมพ์พระเพิ่มคือ พิมพ์ไสยาสน์,พิมพ์พระสีวลี, และหมอนข้างเล็ก เพื่อบรรจุไว้ในเจดีย์เล็ก   เนื้อมวลสารเช่นเดียวกัน เรียกพระ "สมเด็จบางขุนพรหมกรุเจดีย์เล็ก "พร้อมกันนั้นสมเด็จ(โต)ได้ปลุกเสก และบรรจุลงกรุในคราวเดียวกัน 

        ช่วงแรก ๆ นักนิยมพระไม่สนใจ ต่อมาภายหลังดูเนื้อ และคราบกรุหนา ๆ ก็ยอมรับว่าเป็นเนื้อ และยุคสมัยเดียวกัน สมเด็จวัดใหม่อมตรส กรุเจดีย์เล็ก องค์สวย ๆ ไม่บิ่น คราบกรุหนา ๆนักนิยมพระเครื่อง ตั้งราคาไว้ถึง 6 หลักเชียว

         พ.ศ. 2416 เกิดอหิวาตกโรคมีผู้มีจิตศัทธา อาราธนาพระสมเด็จฝนองค์พระสวดพระคาถาชินบัญชรผสมน้ำรักษาโรคหายได้ จึงมีผู้ลักลอบตกเบ็ดพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมเพื่อรักษาโรค และให่เช่าบูชา

             เปิดกรุ ทั้งหมด 3 ครั้งไม่เป็นทางการ 2 ครั้ง ปีพ.ศ.2436 และ2459 เรียก"พระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่า"ไม่รวมการตกเบ็ดพระโดยวิธีปั้นดินเหนียวผูกเชือกหย่อนลงไปในกรุให้พระติดดินเหนียวออกมา..แต่เซียนพระนิยมเรียกพระที่ขโมยออกมาที่ไม่มีคราบกรุ..มากว่า..ส่วนพระที่มีราบกรุเรียก  "พระสมเด็จบางขุนพรหมกรุใหม่"

          พ.ศ.2485 น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพมหานคร และท่วมวัดบางขุนพรหม พระที่ได้มาหลังปีนี้จึงค่อนข้างขาวซีด และเกิดคราบกรุ ตระไคร่น้ำ และคราบขาวนักนิยมพระเครื่องเรียกฟองเต้าหู้


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     เมื่อวันที่ 9  ตุลาคม 2500  ทางวัดได้พบว่ามีผู้เจาะกรุเข้าไปในเจดีย์  และนับว่าเป็นการขุดเจาะกรุสำเร็จเป็นครั้งแรก 
    (wat) 2009623_28564.jpg  พลเอกประพาส จารุเสถียร ประธานพิธีเปิดกรุ
     เมื่อพยายามป้องกัน..จัดเวรยามอย่างไรไม่ได้ผล..พระครูอมรคณาจารย์(เส็ง)เจ้าอาวาสในขณะนั้นจึงนำเรื่องเข้าหาพระเถระผู้ใหญ่..และแต่งตั้งคณะกรรมการโดยท่านเจ้าคณะอำเภอพระนครเป็นประธาน  พระสงฆ์ในวัดร่วมเป็นกรรมการ...ฝ่ายฆาราวาสเชิญนายบุญทอง  เลขกุล  เป็นประธาน ..และได้เชิญ ฯพณฯท่านพลเอกประพาส  จารุเสถียร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  เป็นประธานในการเปิดกรุ  ในวันที่ 24 พฤศจิกายน  2500  การเปิดกรุครั้งนี้เรียก "พระสมเด็จบางขุนพรหม..กรุใหม่."

ลักษณะพิมพ์ทรง และ พุทธศิลป์ พระสมเด็จ  ปี 2411-2413

1.ไม่มีกรอบกระจก และจะปรากฎเนื้อเกินขอบพระดันเป็นกรอบมี จำนวน 9 พิมพ์ พิมพ์ใหญ่, เส้นด้ายเจดีย์ ,เกศบัวตูม, ฐานแซม,สังฆาฏิ,อกครุฑ, ฐานคู่ ,และปรกโพธิ์

2.มีกรอบกระจก  เป็นแบบพิมพ์วัดระฆังที่ปรากฎมี พิมพ์ใหญ่, เส้นด้ายเจดีย์ ,เกศบัวตูม, ฐานแซม

3. เนื้อพระ ปูนหินเปลือกหอยสุก  แข็ง และขาวนวล และน้ำมันตังอิ๊ว

4. มวลสารพระสมเด็จวัดระฆังแต่จะปรากฎน้อย

5.ด้านหลังองค์พระปาดเรียบ และหลังกระดาน

6. พิมพ์พระสง่าผ่าเผยจะค่อนข้างตื้นปรากฎรอย หลุมโลกพระจันทน์ และรอยบ่อน้ำตา.จะื้ตื้นเพราะพระเนื้อแข็ง แน่น..จึงไม่อาจปรากฎรอบยุบตัวของมวลสาร

7.ซุ้มครอบแก้วโย้เอียง

8.พื้นที่ระดับพระยังคงเป็น 3 มิติ

9.ไม่ปรากฎ และ ปรากฎคราบกรุ (พมหานครก่อนหลังน้ำท่วมใหญ่กรุงเท พ.ศ.2485)

พระสมเด็จบางขุนพรหม
กรุเก่า
พิมพ์เส้นด้าย
(pd15) 2009419_60549.jpgเสสา(pd15) 2009419_60634.jpg
องค์นี้เนื้อวัดระฆัง หลังกาบหมาก ,คราบกรุไม่ปรากฎ เนื้อเกินที่ขอบตัดกรอบโบราณ
พิมพ์เส้นด้าย
  
(pd15) 2009419_60747.jpgสีติ (pd15) 2009419_60835.jpg
องค์นี้เนื้อสมเด็จวัดระฆัง คราบกรุไม่ปรากฎ เนื้อเกินที่ขอบตัดขอบโบราณ
 
 พิมพ์เส้นด้าย
(pd15) 2009419_60927.jpgมหา(pd15) 2009419_60995.jpg
เนื้อวัดระฆัง มวลสารชัด ๆ  คราบกรุไม่ปรากฎ เนื้อเกินที่ขอบตัดกรอบตัดกรอบจาดหลังมาหน้า
 
 
พิมพ์เส้นด้าย
(pd15) 2009419_61064.jpgเถรา(pd15) 2009419_61122.jpg
นื้อวัดระฆัง คราบกรุไม่ปรากฎ
 
ิมพสังฆาฎิมีหู
(pd15) 2009419_61196.jpgชิตวันโต(pd15) 2009419_61263.jpg
เนื้อวัดระฆัง คราบกรุไม่ปรากฎ
 
ิมพ์เส้นด้าย
(pd15) 2009419_61340.jpgชิโส(pd15) 2009419_61402.jpg
เนื้อวัดระฆัง สวย  คราบกรุไม่ปรากฎ
 
พิม์เส้นด้าย
(pd15) 2009419_61500.jpgรสา(pd15) 2009419_61576.jpg
เนื้อวัดระฆัง หนึกนุ่ม คราบกรุไม่มี เนื้อเกินที่ขอบตัดกรอบโบราณ
 
ิมพ์ฐานคู่
(pd15) 2009419_60127.jpgชลันตา(pd15) 2009419_60177.jpg
 
เนื้อวัดระฆัง กรุเก่า
 
พิมพ์สังฆาฎิ
 
(pd15) 2009419_60250.jpgสีลันเต(pd15) 2009419_60308.jpg
เนื้อวัดระฆัง กรุเก่า
 
พิมพ์ฐานคู่
 
(pd15) 2009419_60384.jpgเชนะ(pd15) 2009419_60443.jpg
เนื้อวัดระฆัง กรุเก่า

 
สมเด็จวัดบางขุนพรหม(กรุใหม่)
คราบกรุเพียบ
พระสมเด็จก้อน


พระสมเด็จ  คะแนน  พิมพ์ปรกโพธิ์  วัดบางขุนพรหม 

ขนาด กว้าง x  ยาว    2x3   cm

  

อวดปูนเปลือกหอยสุก 

อวดมวลสารในเนื้อปูนสุก 

 อวดเม็ดแดง  และกากดำในเนื้อปูนสุก

ปูนสุกจะใสแบบนี้นะจร้า 

กากดำ  เม็ดแดง  หินเทา   ในธรรมชาติกาลเวลา บ่อน้ำตา และตีนปู

เปลือกหอยมีประกายมันวาวให้เห็น 

เม็ดแดงชัดจัง..พระสมเด็จบางขุนพรหม มวลสารมากก็มีให้ชมนะจร้า..

พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม..องค์นี้เป็นพิมพ์  ปรกโพธิ์     กว้าง x  ยาว    2x3   cm     องค์เล็ก  สำหรับวัดบางขุพหรม  เรียกพระคะแนนจร้า  ต่างจากพระองค์เล็กของวัดระฆัง 

1.เนื้อปูนสุก  2.งานชาวบ้าน ไม่ได้ลงรัก  3. มวลสารน้อย  แก่ปูนมาก  พระพักตร์ผลมะตูม กรอบกรจกไม่ปรากฎให้เห็น ..เนื้อ พระเป็นปูนเปลือกหอยสุก .เส้นซุ้มครอบแก้ว..เป็นแบบเส้นขนมจีน  ด้านข้างปรากฎรอยตัดตอกไม้ไผ่  ม้วนขอบแบบมี มิติ..เส้นซุ้มด้านซ้ายองค์พระสิ้นสุดลงตรงกลางลำแขนพอดี...พื้นที่ด้านนอก ซุ้มสูงกว่าในซุ้มแบบ 3  มิติ...เกศ เอียง.แขนซ้ายทิ้งดิ่งตกลงหักข้อแขนปรากฎชายจีวรเป็นเนื้อเกินลงตรงพระเพลา ,ธรรมชาติความเก่าพอเห็นได้ทั่วไป ที่ทำไม่ได้ปรากฎรอยตีนปู   บ่อน้ำตา ปรากฎอยู่ทั่วไป   และด้านข้างปรากฎบ่อน้ำตาจากมวลสารหลุดร่วงไปตามกาลเวลา ส่วนมวลสารอวดมวลสารหลัก  ก้อนขาว เม็ดแดง  กากดำ หินเทา  หลังแบบเรียบ  องค์เล็ก  ๆ  ..วัตถุประสงค์เพื่อนับจำนวนพระจร้า

พิมพ์อื่น ๆ
พิมพ์ใหญ่พระประธาน
(pd16) 2009421_33784.jpgอังคะ(pd16) 2009421_33845.jpg
องค์นี้คราบกรุเยอะมาก
 
พิมพ์ใหญ่พระประธาน
(pd16) 2009421_34379.jpgมังเคสุ(pd16) 2009421_34439.jpg
พิมพ์เกศบัวตูม
(pd16) 2009421_34504.jpgสัณฐิตา(pd16) 2009421_34564.jpg
พิมพ์ใหญ่พระประธาน
(pd16) 2009421_34657.jpgรัตนัง(pd16) 2009421_34716.jpg
พิมพ์ใหญ่พระประธาน
(pd16) 2009421_34790.jpgปุรโต(pd16) 2009421_34859.jpg
พิมพ์ใหญ่ พระประธาน
(pd16) 2009421_34934.jpgอาสิ(pd16) 2009421_35005.jpg
พิมพ์ใหญ่
(pd16) 2009421_35073.jpgทักขิเณ(pd16) 2009421_35128.jpg
พิมพ์ใหญ่
(pd16) 2009421_35201.jpgเมตตัตสุ(pd16) 2009421_35255.jpg
พิมพ์ใหญ่พระประธาน
(pd16) 2009421_35336.jpgตัตกัง(pd16) 2009421_35406.jpg
พิมพ์เกศบัวตูม
(pd16) 2009421_35487.jpgธชัคคัง(pd16) 2009421_35557.jpg
องค์นี้คราบกรุเยอะจัง
 
พิมพ์ใหญ่พระประธาน
(pd16) 2009421_35652.jpgปัจฉโตอาสิ(pd16) 2009421_35732.jpg
พิมพ์ใหญ่
(pd16) 2009421_35863.jpgวาเม(pd16) 2009421_35938.jpg
พิมพ์ใหญ่
(pd16) 2009421_36058.jpgอังคุลิมาลกัง(pd16) 2009421_36110.jpg
องนี้คราบกรุมีน้อย
พิมพ์ใหญ่ วัดอมตรส(วัดบางขุนพรหม)
   (coffce31) 200962_34618.jpg   (coffce31) 200962_34663.jpg
องค์นี้แบบพิมพ์วัดระฆัง  เนื้อบางขุนพรหม
 
 
กรุเจดีย์เล็ก
(pd160) 2009425_45246.jpgขันทโม(pd160) 2009425_45323.jpg
 
องค์นี้พิมพ์ไสยาสน์ มีที่กรุเจดีย์เล็กเท่านั้น
 
(pd160) 2009425_45459.jpg นปริต(pd160) 2009425_45552.jpg
องค์นี้ยังไม่ได้ล้าง หลังตราวัด
(pd160) 2009425_45652.jpg  (pd160) 2009425_47687.jpg
กล่องเดิม ๆ จากวัด

ย้อนกลับหน้า 50 ล้าน คลิ๊ก                                ปหน้าพระธาตุพนม คลิ๊ก

----------------------------------------------------------------------------------------------

 
 
Online:  10
Visits:  8,307,089
Today:  1,040
PageView/Month:  333,329